tripoweryoga

การวินิจฉัยโรคออทิซึม

การวินิจฉัยโรคออทิซึม

การวินิจฉัยโรคออทิซึม

slotxo

การวินิจฉัยกลุ่มอาการออทิซึม คือ การสังเกตถึงความผิดปกติทางพฤติกรรมต่างๆ และรวบรวมไว้เป็นข้อชี้บ่ง ดังต่อไปนี้

xoslot

1.มีความผิดปกติด้านสังคมและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (ต้องพบอย่างน้อย ๒ ข้อ)
แสดงพฤติกรรมไม่สนใจใคร มีการกระทำต่อบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตอื่นคล้ายสิ่งของ ไม่สามารถมีสัมพันธภาพต่อบุคคล เหมือนเด็กปกติในวัยเดียวกัน
แสดงพฤติกรรมไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่รู้จักช่วยเหลือตัวเองจากอันตรายต่างๆ
ไม่สามารถลอกเลียนแบบการกระทำของคนอื่น
เล่นกับใครไม่เป็น
ไม่สนใจที่จะมีเพื่อน ไม่สามารถผูกมิตรกับใคร
2.มีความผิดปกติทางด้านการสื่อความหมาย ทั้งด้านการพูด และการสื่อโดยการแสดงท่าทาง (ต้องพบอย่างน้อย ๑ ข้อ)
ไม่สามารถแสดงพฤติกรรมสื่อความหมายได้เลย
การสื่อความหมายโดยการแสดงท่าทางมีความผิดปกติอย่างชัดเจน
ขาดจินตนาการในการเล่น
มีความผิดปกติอย่างชัดเจนในการเปล่งเสียงพูด
มีความผิดปกติอย่างชัดเจนในรูปแบบ และเนื้อหาของการพูด
ไม่มีความสามารถที่จะสนทนากับใครได้นาน มักจะพูดแต่เรื่องที่ตัวเองสนใจ
3.มีการกระทำและความสนใจซ้ำซากอย่างเด่นชัด (ต้องพบอย่างน้อย ๑ ข้อ)
เคลื่อนไหวร่างกายซ้ำ ๆ
คิดหมกมุ่นหรือสนใจส่วนหนึ่งส่วนใดของสิ่งของ
แสดงความคับข้องใจอย่างมาก ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเขา หรือที่เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน
ต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เคยทำเป็นประจำ โดยมีรายละเอียดเหมือนเดิม
มีความสนใจในขอบเขตที่จำกัด

เครดิตฟรี

4.เริ่มพบอาการได้ในช่วงอายุ ๓๐ – ๓๖ เดือน
เมื่อรวมข้อปลีกย่อยทั้งหมดจากทุกหัวข้อแล้ว ต้องพบทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๘ ข้อ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเสมอ คือ จะต้องพิจารณาว่า ความผิดปกติทางพฤติกรรม ที่พบนั้น เป็นความผิดปกติจากระดับพัฒนาการของเด็กปกติในวัยเดียวกันเท่านั้น ข้อ ๑ – ๕ ใน ๑) และข้อ ๑ – ๖ ใน ๒) สามารถบอกได้ว่า พฤติกรรมในข้อแรกๆ นั้น พบในเด็กออทิสติกที่มีอายุน้อย (ต่ำกว่า ๑ ปี ๖ เดือน) หรือเด็กออทิสติก ที่มีอาการมาก ส่วนในหัวข้อหลังๆ จะพบในเด็กออทิสติกที่มีอายุมากขึ้น หรือเด็กออทิสติกที่มีอาการน้อย เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ขอยกตัวอย่างประกอบทุกข้อ ดังต่อไปนี้
1.1.มีความผิดปกติต่อต้านสังคม และปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
1.1.1 แสดงพฤติกรรมไม่สนใจใครเลย
ตัวอย่างเช่น ขณะผู้ปกครองนำเด็กเข้ามาในห้องแพทย์ เด็กจะแสดงอาการเฉยเมย ไม่สนใจใคร และทำเสมือนว่า มีเขาอยู่เพียงคนเดียวในห้องนั้น ไม่สามารถสังเกต หรือรับรู้ถึงความพอใจหรือไม่พอใจของคนอื่น เมื่อมารดาร้องไห้ ขณะที่เล่าถึงปัญหาทางพฤติกรรมของเด็กให้แพทย์ฟัง เด็กจะไม่มีปฏิกิริยารับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น บางรายอาจจะเดินผ่านไปมา ระหว่างแพทย์กับมารดาของเขา และไม่สนใจว่า ใครกำลังต้องการความเป็นส่วนตัวหรือไม่ บางรายจะเดินชนคนอื่นโดยไม่สนใจ
มีการกระทำต่อบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตอื่นคล้ายสิ่งของ ไม่รู้ความแตกต่าง ระหว่างสิ่งมีชีวิต และไม่มีชีวิต ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กกำลังนั่งเล่นรองเท้าของเขาอยู่คนเดียว โดยการยกขึ้นดม กัด และหมุนเล่นไปมา เมื่อผู้เขียนนำลูกบอลเล็กๆ เข้าไปให้เขาเล่น เพื่อทดแทนการเล่นรองเท้า นอกจากเขาจะไม่สนใจลูกบอลแล้ว เขายังทำหน้าตาเฉยเมย และลุกขึ้น มือหนึ่งถือลูกบอล อีกมือหนึ่งดึงผู้เขียน ฉุดให้เดินไปห่างจากที่เขานั่งเล่น แล้วทิ้งลูกบอล และปล่อยมือผู้เขียนอย่างแรง เสมือนกับขว้างของทิ้ง พร้อมทั้งวิ่งกลับไปเล่นรองเท้าในลักษณะเดิม ทำเช่นนี้ทุกครั้ง ที่ผู้เขียนเข้าไปใกล้ พฤติกรรมที่เด็กแสดงนั้น เสมือนกับเขารู้สึกว่า บุคคลเป็นสิ่งของ หรือสิ่งที่ไม่มีชีวิต ถ้าเขาไม่ต้องการ ก็จะเอาไปไว้ห่างๆ จากตัวเขา หรือโยนทิ้งเสีย ผู้ช่วยเหลือเด็ก หรือผู้ปกครอง จะต้องได้รับการบอกเล่าให้ระวัง ขณะเด็กเล่นกับสัตว์เลี้ยงต่างๆ เนื่องจาก ผู้เขียนพบเสมอว่า เด็กจะถูกสุนัขหรือแมวกัดมาจนเป็นแผลมากมาย เพราะเด็กเล่นกับสุนัขหรือแมวที่มีชีวิต โดยการพยายามฉีกปากหรือดึงหู ดึงหาง ดึงขา บางรายเด็กไปกัดจมูก หรือหูสุนัข จนกระทั่งเมื่อสุนัขพบเด็ก สุนัขจะกลัว และวิ่งหนีทันที
ไม่สามารถมีปฏิกิริยาต่อสัมพันธภาพของบุคคล ตัวอย่างเช่น ถ้ากอดเด็ก เด็กจะกอดตอบไม่เป็น หรืออุ้มเด็ก เด็กจะทำตัวแอ่นไปมา ทำให้รู้สึกว่า ตัวเด็กหนักมากกว่าที่ควร คล้ายอุ้มคนเป็นลม เนื่องจาก เด็กไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เด็กจะทำหน้าตาเฉยเมย และไม่รู้จักเอามือโอบกอดคอผู้อุ้มได้เหมือนเด็กปกติ ที่จะป้องกัน ไม่ให้ตัวเองตกลงมา
1.1.2. แสดงพฤติกรรมไม่รู้ร้อนรู้หนาว และไม่รู้จักช่วยเหลือตัวเองจากอันตรายต่างๆ
เช่น เมื่อเด็กออทิสติกถูกเด็กคนอื่นตี กัดหรือจิกผม เด็กจะไม่สามารถปกป้อง หลีกเลี่ยง หรือโต้ตอบได้ บางคนจะเฉยเมย บางคนจะร้อง และส่งเสียงไม่เป็นภาษาเท่านั้น เด็กบางคนถูกมดแดงกัดอยู่เต็มเท้า ก็ทำเหมือนไม่รู้สึกเจ็บปวด จะยืนเฉย และไม่สามารถปัดมดออกไปจากเท้าได้ เด็กบางคนเมื่อเปิดลิ้นชักและถูกหนีบนิ้วไว้ ก็ไม่สามารถดึงนิ้วออกเองได้ จะร้องแต่ “ซี๊ดๆ” จนกว่าจะมีคนไปช่วยดึงออกให้ ผู้ดูแลเด็กจึงควรระวังอันตราย และต้องอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ที่แผนกผู้ป่วยใน ของโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ แม้ว่าพยาบาลและผู้ดูแลเด็กจะดูแล โดยไม่ให้คลาดสายตาเลย ก็ยังปรากฏเสมอว่า เด็กบางคนชอบกัดเด็กคนอื่น ซึ่งก็ยอมให้ถูกกัดอยู่อย่างนั้น จนกว่าผู้ดูแลจะไปช่วยเหลือ ต้องระวังแม้กระทั่ง เรื่องอาหาร ถ้าอาหารร้อนจัดไม่ควรวางให้เด็กรับประทาน เพราะเด็กจะตักรับประทานได้แม้จะร้อน จนทำให้ปากพอง
1.1.3ไม่สามารถที่จะลอกเลียนแบบการกระทำของคนอื่นได้
ตัวอย่างเช่น การโบกมือ “บ๋าย บาย” ถ้าสอนซ้ำๆ เด็กอาจจะลอกเลียนแบบได้ โดยที่กระทำผิดแปลกไปกว่าปกติ คือ ในเด็กปกติ จะทำท่า “บ๋าย บาย” โดยหันฝ่ามือออกนอกตัว และโบกไปมา แต่สำหรับเด็กออทิสติก ส่วนใหญ่จะทำท่าหันฝ่ามือเข้าหาตัว โดยที่นิ้วมือ อาจจะชี้ขึ้นบนหรือชี้ลงล่าง บางรายจะหันฝ่ามือออกด้านนอก โดยเอานิ้วมือชี้ลงล่าง ส่วนเรื่องการส่งจูบ เด็กออทิสติกมักชอบเอาหลังมือแตะปาก แล้วมองดูมือคล้ายจะค้นหาว่า เสียงออกมาได้อย่างไร เมื่อสอนให้เขายิ้มหรือหัวเราะ เด็กจะยิงฟัน แล้วต้องเอามือแตะฟันของเขาเองทุกครั้ง เพื่อให้รู้ว่าทำตามได้แล้ว

สล็อต xo

1.1.4 เด็กออทิสติกจะเล่นกับใครไม่เป็น แม้จะเป็นการเล่นอย่างง่ายๆ
ตัวอย่างเช่น การเล่นโยน และรับลูกบอลกับเพื่อน การเตะลูกบอล แม้แต่เด็กออทิสติกที่ดีขึ้น จนไปเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ได้ เมื่อเล่นเตะลูกบอลกับเพื่อน เด็กขาดทักษะในการเคลื่อนไหวร่างกาย จึงทำให้เด็กไม่เคยได้เตะลูกบอลเลย จึงรู้สึกไม่พอใจ จะวิ่งไปแย่งลูกบอลมากอดไว้คนเดียว โดยไม่ยอมให้ใครได้เตะลูกบอลอีกเลย เด็กออทิสติกที่เคยได้รับการบำบัดรักษา จากโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ จนดีขึ้น และได้เข้าโครงการการศึกษาพิเศษของโรงเรียนสาธิต แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว บางคนยังเล่นกับเพื่อนไม่ค่อยเป็น เช่น อยากจะเล่นกับเพื่อน เมื่อเห็นเพื่อนนั่งเล่นโดมิโนกันอยู่ เด็กจะตรงเข้าไปแย่งตัวโดมิโนมาแล้ววิ่งหนี เพื่อให้เพื่อนวิ่งตาม จนเพื่อนโมโหก็รุมตีเด็ก เด็กจะหัวเราะนึกว่าเพื่อนเล่นด้วย สำหรับรายนี้ ได้ประวัติจากมารดาว่า ขณะอยู่บ้าน เด็กจะเล่นกับน้องที่ปกติ อายุ ๓ ปี โดยน้องแย่งของเล่นแล้ววิ่งหนี เด็กก็วิ่งตามอย่างสนุกสนาน จึงนำเอามาเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนบ้าง แต่เพื่อนอายุ ๗ ปี แล้ว จึงไม่ชอบการเล่นแบบเด็กอายุ ๓ ปี เช่นนั้น
[NPC5]1.1.5 ไม่สนใจที่จะมีเพื่อน ไม่สามารถผูกมิตรกับใคร และขาดความสนใจ ในการมีปฏิสัมพันธ์ในด้านสังคมกับเด็กอื่น
ตัวอย่างเช่น การนำเด็กออทิสติกในวัยเดียวกัน ๕ คน มาร่วมทำกิจกรรมเป็นกลุ่มอย่างง่ายๆ ด้วยการให้โยนลูกบอลให้แก่กันเป็นวงกลม ถ้าผู้ดูแลไม่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เป็นระยะๆ แล้ว ภายใน ๑ นาที เด็กจะผละออกจากกันไปคนละทิศละทาง เสมือนเป็นแม่เหล็กขั้วเดียวกัน แต่ละคนจะไปแสดงพฤติกรรม ที่แตกต่างกันไป ในการเคลื่อนไหว ที่ชอบทำเป็นประจำ เมื่ออยู่ในโลกของตนเอง โดยไม่สนใจใครเลย