tripoweryoga

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นออทิสติก

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นออทิสติก

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นออทิสติก

slotxo

คู่สมรสทำใจยอมรับไม่ได้ เมื่อลูกเป็นเด็ก Autistic

  1. คิดในทางที่ดีว่า คู่สมรสพยายามปรับจิตให้ยอมรับลูก ควรให้เวลากับคู่สมรสในการปรับจิตใจ
  2. พยายามให้คู่สมรสที่ส่วนร่วมในการดูแลและช่วยเหลือลูก
  3. ควรเข้าใจว่า ที่ตัวเราและคู่สมรสมีความแตกต่างกัน มาจากครอบครัวและการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน การเข้าใจยอมรับและเผชิญกับปัญหาต่างๆ จึงแตกต่างกัน
  4. ควรเข้าใจว่า ทั้งตัวเราและคู่สมรสต่างมีความเสียใจ น้อยใจ ท้อแท้ ฉุนเฉียวง่าย ควรดูแลสุขภาพจิตใจซึ่งกันและกัน บอกความรู้สึกนึกคิดของตนเองให้อีกฝ่ายทราบและช่วยกันแก้ไขปัญหา
  5. หาโอกาสให้คู่สมรสได้พูดคุยกับนักวิชาชีพหรือครอบครัวอื่นที่มีลูก Autistic

xoslot

บทบาทของพ่อแม่ในการส่งเสริมให้พี่น้องมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน

  1. อธิบายให้พี่หรือน้องเข้าใจว่า พี่หรือน้องของเขาป่วยเป็นอะไร ซึ่งบิดามารดาต้องใช้เวลาและความอดทนในการอธิบาย และให้เด็กได้มีโอกาสร่วมกันกับบิดามารดา ในการพาพี่หรือน้อง Autistic ไปพบแพทย์
  2. พยายามอย่าให้บุตร Autistic เข้าไปแทรกแซงการเล่นหรือการทำงานของพี่น้องมากเกินไป และไม่ควรให้พี่หรือน้องที่ปกติยอมหรือให้อภัยเด็ก Autistic มากเกินไป
  3. ควรสอนเด็ก Autistic ไม่ให้ไปรื้อค้นของส่วนตัวของพี่หรือน้องที่ปกติเสียหาย
  4. ไม่ควรให้พี่น้องที่ปกติรับภาระในการดูแลเด็ก Autistic มากเกินไป และไม่ควรทำโทษพี่หรือน้องในการไม่ช่วยดูแลพี่หรือน้องที่เป็น Autistic
    พี่น้องกับเด็ก Autistic
    การมีเด็ก Autistic ในครอบครัว ย่อมมีผลกระทบต่อที่น้องของเด็กไม่มากก็น้อย เพราะเด็ก Autistic จะมีปัญหาพฤติกรรม ซึ่งรบกวนกิจวัตรประจำวันของพี่น้องคนอื่นๆ เช่น การกรีดร้องเมื่อไม่ได้ดังใจหรือต่อต้าน การซน รื้อค้น ทำลาย เล่นของส่วนตัวของพี่น้องให้เสียหาย
    พี่น้องของเด็ก Autistic บางคนรู้สึกน้อยใจที่บิดามารดาเอาใจใส่เด็ก Autistic มากกว่าตน บางคนรู้สึกอายที่จะไปในที่ต่างๆ กับพี่หรือน้องที่เป็น Autistic หรือไม่กล้าให้เพื่อนรู้ว่ามีพี่หรือน้องที่เป็น Autistic
    ในเด็กที่มีพี่หรือน้องเป็น Autistic จะไม่เข้าใจว่าพฤติกรรมบางอย่างตนทำไม่ได้ แต่ทำไมพี่ที่โตแล้วทำได้ และเป็นสาเหตุให้เกิดปฏิกิริยาทางลบหรือต่อต้านบิดามารดา บางคนอิจฉาพี่หรือน้องที่เป็น Autistic เพราะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ หรือเขาต้องรับผิดชอบพี่หรือน้องที่เป็น Autistic มากเกินไป

เครดิตฟรี

เมื่อมีความเครียดจากการดูแลลูก Autistic จะทำอย่างไร
การเลี้ยงดูลูก Autistic อาจทำให้บิดามารดาเหนื่อย เบื่อ ท้อแท้ เครียด ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาทางอารมณ์ จิตใจ มีความอดทนต่อสิ่งที่มีกระทบได้น้อย ทำให้เกิดผลเสียต่อการดูแลลูก Autistic บิดามารดจึงควรผ่อนคลายความเครียดโดย

  1. ออกกำลังกายหรือไปหาญาติหรือเพื่อนสนิทเพื่อพูดคุย
  2. พูดคุยปรึกษาปัญหากับพ่อแม่ที่มีลูก Autistic
  3. หาเวลาทำกิจกรรมที่ตนเองชอบ ดูหนัง ฟังเพลง
  4. หาที่สงบนิ่ง ผ่อนคลาย กำหนดลมหายใจเข้า-ออกให้ลึกๆ ทำสมาธิ
  5. ร่วมกิจกรรมในชุมชน
    6.หาผู้อื่นมาดูแลแทนชั่วระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้มีเวลาผ่อนคลาย/พักผ่อน
  6. ขอรับบริการ/ความช่วยเหลือจากญาติ เพื่อน องค์กรของรัฐ/เอกชน
    8.หากปฏิบัติทุกข้อแล้วไม่ได้ผลยังมีอาการ เหนื่อย ท้อแท้ หดหู่ หายใจไม่อิ่ม นอนไม่หลับควรปรึกษาจิตแพทย์ หรือนักวิชาชีพ เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป
    การแก้ไขการพูด (Speech Therapy)
    ถ้าเด็กพูดได้เร็ว โอกาสที่จะมีพัฒนาการทางภาษาใกล้เคียงปกติก็จะเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกัน การใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมก็ลดลงด้วย ดังนั้นการแก้ไขการพูด จึงมีความสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญที่แก้ไขการพูด คือ นักแก้ไขการพูด (Speech Therapist/ Speech Pathologist) แต่ผู้ที่มีบทบาทสำคัญไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่คือผู้ปกครองซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับเด็ก ดังนั้นไม่ใช่การรอจนถึงวันนัดแล้วค่อยฝึกเท่านั้น เพราะจะไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร ผู้ปกครองสามารถกระตุ้นให้มีการพูดได้โดยผ่านการเล่นได้เช่นกัน พยายามสร้างสถานการณ์ ที่กระตุ้นให้เกิดการสื่อสารขึ้น เช่น เวลาเล่นต่อจิ๊กซอว์ ก็อาจเอาไปซ่อนชิ้นหนึ่งเพื่อให้เด็กถามหา หรือ อาจเอารองเท้าของคนอื่นมาให้เด็กใส่ เพื่อให้เด็กบอกว่า ไม่ใช่ หรือถามหารองเท้าของตนเอง เป็นต้น นอกจากนี้ควรนำเทคนิควิธีการฝึก ซึ่งได้รับการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ มาปฏิบัติอย่างต่อเนื่องที่บ้าน
    การพูดเป็นวิธีการสื่อความหมายที่สำคัญที่สุด แต่ถ้ายังไม่สามารถพูดได้ ก็จำเป็นต้องหาวิธีการอื่นมาทดแทน เพื่อให้สามารถบอกความต้องการของตนเองได้ ซึ่งเรียกวิธีการเหล่านี้ว่า การสื่อความหมายทดแทน (Augmentative and Alternative Communication; AAC) เพื่อใช้ทดแทนการพูดเป็นการชั่วคราว หรือโดยถาวรในรายที่มีความบกพร่องทางการพูดอย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น กลวิธีการรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies) โปรแกรมแลกเปลี่ยนภาพเพื่อการสื่อสาร (Picture Exchange Communication System; PECS) เครื่องโอภา (Communication Devices) และโปรแกรมปราศรัย เป็นต้น

สล็อต xo

กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy)
เป็นการประยุกต์กิจวัตร หรือกิจกรรม มาใช้ในการตรวจประเมิน วินิจฉัย ส่งเสริม บำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้สามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้ ช่วยเสริมสร้างสมาธิ ทักษะการคิด พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ โดยนักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist) จะเป็นผู้ที่ประยุกต์ใช้กิจกรรมต่างๆ มาช่วยในการบำบัดเด็ก ตามสภาพปัญหาของแต่ละคน
การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม ประกอบด้วยการฝึกฝนทักษะในชีวิตประจำวัน และการฝึกฝนทักษะสังคม เพื่อให้บุคคลออทิสติกสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้ตามปกติ
การฝึกฝนทักษะในชีวิตประจำวัน (Activity of Daily Living Training)
ควรมีการจัดกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องกิจวัตรประจำวัน ให้เด็กสามารถทำได้ด้วยตนเองเต็มความสามารถที่เขามีอยู่ โดยต้องการความช่วยเหลือน้อยที่สุด ในการฝึกฝน เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้จนสามารถปฏิบัติได้ และเกิดเป็นความเคยชิน ติดตัวไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อให้เด็กช่วยเหลือตัวเองได้ตามศักยภาพ ลดการดูแลของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง และเกิดความภาคภูมิใจ เมื่อเขาสามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง
ทักษะสังคม เป็นความบกพร่องที่สำคัญของเด็กออทิสติก ดังนั้นจึงต้องให้การฝึกฝนด้านนี้เป็นพิเศษ ซึ่งทำได้โดยจำลองเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ทางสังคมต่างๆ เพื่อให้ทดลองปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ หรือการสอนโดยให้จดจำรูปแบบบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้โดยตรง
การสอนเรื่องราวทางสังคม (Social Story) ซึ่งมี แครอล เกรย์ (Carol Gray) เป็นต้นตำรับ จะกำหนดเรื่องราว หรือสถานการณ์ต่างๆ ในสังคม มาสอนเด็ก โดยเน้นในเรื่อง ลักษณะทางสังคมที่สำคัญ ปฏิกิริยาโต้ตอบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากเด็กทั่วไป และจากเด็กออทิสติก รวมถึงเหตุผลที่แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเช่นนั้น เพื่อช่วยให้เด็กออทิสติกสามารถเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม เข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกของผู้อื่น และวิธีปฎิบัติตนที่เหมาะสมในสถานการณ์นั้นๆ สามารถปรับตัวเข้าสังคมได้ โดยลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหาลง
[NPC5]แนวคิดการฟื้นฟูสมรรถภาพทางอาชีพ ในปัจจุบันเปลี่ยนจากการให้ทำงานในสถานพยาบาล หรือโรงงานในอารักษ์ มาสู่ตลาดแรงงานจริง หรือการประกอบอาชีพส่วนตัว ภายใต้การชี้แนะ การฝึกอาชีพ การจัดหางาน และการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เพื่อไปสู่เป้าหมายให้บุคคลออทิสติกสามารถทำงาน มีรายได้ และดำรงชีวิตโดยอิสระ พึ่งพาผู้อื่นน้อยที่สุด จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมทักษะที่จำเป็นในการทำงาน เช่น การตรงต่อเวลา การปรับตัวเข้ากับหัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงาน ความปลอดภัยในการทำงาน เป็นต้น และฝึกทักษะพื้นฐานเฉพาะทางอาชีพ ควบคู่กันไป
บุคคลออทิสติกสามารถประกอบอาชีพได้ปกติ ตามความถนัดของแต่ละคน ถ้ามีการเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม และสังคมมีความเข้าใจ เปิดโอกาสให้