tripoweryoga

กรมสุขภาพจิตแนะ สังคมให้ที่ยืน “กลุ่มออทิสติก”

กรมสุขภาพจิตแนะ สังคมให้ที่ยืน “กลุ่มออทิสติก”

กรมสุขภาพจิตแนะ สังคมให้ที่ยืน “กลุ่มออทิสติก”

slotxo

2 เมษายนของทุกปี ตรงกับวันออทิสติกโลก ปีนี้ เน้นการรณรงค์ส่งเสริมพลังครอบครัวในการดูแลเด็กออทิสติกให้เปิดใจ ยอมรับโดยไม่มองว่าเด็กเป็นส่วนเกินของครอบครัว และสังคม

xoslot

นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์สร้างความตระหนัก เนื่องในวันออทิสติกโลก (Autistic Awareness Day) ประจำปี 2561 และร่วมปลูกต้นไม้บริเวณป่าชายเลน ที่ศูนย์ธรรมชาติศึกษากองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี โดยมีผู้ปกครองบุคคลออทิสติก 60 ครอบครัว บุคคลออทิสติกจากโครงการฝึกทักษะทางสังคม และอาชีพแก่ผู้ป่วย กลุ่มอาการออทิซึมสเปคตรัม 40 คน เข้าร่วม
นพ.สมัย กล่าวว่า วันที่ 2 เมษายนของทุกปี ตรงกับวันออทิสติกโลก ปีนี้ เน้นการรณรงค์ส่งเสริมพลังครอบครัวในการดูแลเด็กออทิสติกให้เปิดใจยอมรับโดยไม่มองว่าเด็กเป็นส่วนเกินของครอบครัว และสังคม ขณะเดียวกันพร้อมทุ่มเทและสู้ไปด้วยกัน ทั้งนี้ประเทศไทยพบบุคคลออทิสติกไม่ถึง 100 คน มีงานทำ มีรายได้ จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเปิดโอกาสให้บุคคลออทิสติกได้มีที่ยืนในสังคม ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้โรงพยาบาล (รพ.) ยุวประสารทไวทโยปถัมภ์ พัฒนาความพร้อมของบุคคลออทิสติกในการเข้าสู่โลกของการทำงานในชีวิตจริง
“เด็กที่ป่วยโรคนี้ หากตรวจพบและรับการบำบัดในช่วงก่อนอายุ 5 ปี จะได้ผลดีต่อการส่งเสริมให้เด็กสามารถใช้ชีวิตปกติแบบคนทั่วไป ทั่วนี้จากการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพระบบบริการกรมสุขภาพจิตในช่วงปี 2560-2564 สามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการบำบัดรักษาในเด็กออทิสติก อายุ 2-5 ปี จากร้อยละ 8.51 ในปี 2559 เป็นร้อยละ 35.12 ในปี 2560 ตั้งเป้าภายในปี 2564จะเพิ่มการเข้าถึงบริการให้ได้มากกว่าร้อยละ 50 ดังนั้นขอให้ผู้ปกครองสังเกตเด็กวัย 2-5 ปี หากพบว่าเด็กไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว ไม่ชอบเปลี่ยนแปลง ให้นำเด็กเข้ารับการตรวจคัดกรองที่ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.ชุมชนใกล้บ้าน หรือสามารถขอรับคำปรึกษาแนะนำที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” นพ.สมัย กล่าว

เครดิตฟรี

กระทรวงสาธารณสุข เผยเด็กไทยอายุ 0-18 ปี ป่วยเป็นโรคออทิสติกเกือบ 2 แสนคน แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากในรอบ 10 ปี เร่งให้คลินิกสุขภาพเด็กดีทั่วประเทศกว่า 10,000 แห่ง ตรวจคัดกรองหาเด็กที่มีพัฒนาการภาษา สังคม และพฤติกรรมผิดปกติ แนะสังเกตเด็กต่ำกว่า 3 ขวบ หากไม่สบตา ไม่ชี้นิ้ว พูดซ้ำๆ ให้รีบพบแพทย์ทันที
นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดงานรณรงค์วันออทิสติกโลก และการประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแนวทางการดูแลบุคคลออทิสติกแบบบูรณาการ เนื่องด้วยสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปีเป็นวันออทิสติกโลก
ในปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ ร่วมกับสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) จัดงาน “ภาคีร่วมใจ เปิดโลกต่างใบ เข้าใจออทิสติก” รณรงค์ให้ประชาชนและสังคมได้รู้จักเข้าใจภาวะออทิสติกมากขึ้น และจัดระบบการดูแลค้นหาเด็กที่มีภาวะเสี่ยงให้เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาได้เร็วขึ้น และพัฒนาศักยภาพจนสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคม เรียนหนังสือและประกอบอาชีพได้
นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า โรคออทิสติก ไม่ใช่โรคปัญญาอ่อน แต่เป็นโรคที่มีความผิดปกติของพัฒนาการทางสมองที่ล่าช้า 3 ด้านคือด้านสังคม ภาษาและพฤติกรรม พบตั้งแต่กำเนิด สังเกตพบได้ก่อนเด็กอายุ 3 ขวบ จากการติดตามสภาพปัญหาในระยะ 10 ปีมานี้ พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมากทั่วโลก เป็นปัญหาเร่งด่วนของพัฒนาการล่าช้าของเด็กที่ต้องเร่งแก้ไข

สล็อต xo

โดยผลสำรวจระบาดวิทยาของโรคนี้อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อปี 2547 พบความชุกร้อยละ 0.1 ในเด็กอายุ 0-5 ปี ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกพบความชุกโรคออทิสติกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในสหรัฐอเมริกาปี 2553 พบความชุก 1 ต่อ 88 ซึ่งคาดว่ามีเด็กไทยอายุ 0-18 ปี มีอาการออทิสติกประมาณ 188,860 คน พบได้ทั้งคนจนและคนรวย
แต่ปัญหาที่ผ่านมาพบว่า เด็กที่ป่วยเข้าถึงบริการได้น้อยมากประมาณร้อยละ 15 เนื่องจากลักษณะเด็กกลุ่มนี้ มีหน้าตาน่ารักเหมือนเด็กปกติทั่วไป ไม่มีลักษณะหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ แต่สื่อสารไม่ได้ ประชาชนจึงเข้าใจว่าเป็นปัญญาอ่อนและเลี้ยงดูกันเอง ไม่ได้พาไปพบแพทย์ ทั้งๆ ที่โรคนี้รักษาได้ และปัจจุบันมีเด็กออทิสติกที่ประสบผลสำเร็จ เป็นแพทย์ วิศวกร และมีอยู่ในเกือบทุกวิชาชีพ
นายแพทย์ชลน่าน กล่าวต่อว่า ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายจัดบริการใกล้บ้านที่สุด โดยตั้งคลินิกส่งเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้าและเด็กออทิสติก ในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปทุกจังหวัดรวม 833 แห่ง โดยให้สถานบริการในสังกัดทุกระดับทั่วประเทศที่มีประมาณ 10,583 แห่ง ตั้งแต่โรงพยาบาลศูนย์ ลงไปจนถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพิ่มการตรวจคัดกรองหาภาวะออทิสติกในคลินิกสุขภาพเด็กดี (well child clinic) ซึ่งให้บริการฉีดวัคซีนและติดตามพัฒนาการเด็กหลังคลอดทุกคนจนถึงอายุ 5 ปี โดยให้ตรวจเมื่อเด็กอายุ 1 ขวบครึ่งขึ้นไป เนื่องจากหากตรวจพบตั้งแต่ช่วง 2 ขวบปีแรก จะทำให้ผลการรักษาดีมาก แม้ไม่หายขาดแต่เด็กจะมีพัฒนาการด้านต่างๆ ดีขึ้น ช่วยเหลือตนเองได้ เข้าโรงเรียนได้ตามวัย ตั้งเป้าให้ครอบคลุมเด็กที่มีปัญหาอย่างน้อยร้อยละ 70
ทางด้านนายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โรคออทิสติกเป็น 1 ใน 4 ของโรคทางจิตเวชในเด็ก ที่กรมฯมีนโยบายเพิ่มการเข้าถึงบริการฯ มักพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง 4 เท่า เด็กกลุ่มนี้จะต้องได้รับบริการคัดกรองหาความผิดปกติ และบำบัดรักษากระตุ้นพัฒนาการ และการปรับพฤติกรรมอย่างมีมาตรฐาน ซึ่งเด็กออทิสติกมีความผิดปกติทางภาษาและสังคม จะแตกต่างกันที่ไอคิว โดยพบว่าร้อยละ 40 มีไอคิวปกติใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติในจำนวนนี้ร้อยละ 10 เป็นอัจฉริยะในบางด้าน เช่น การวาดภาพ หรือเล่นดนตรี อีกร้อยละ 20 มีไอคิวต่ำระดับน้อยถึงปานกลาง (50-69) เด็กกลุ่มนี้สามารถเรียนร่วมและฝึกอาชีพได้ อาจมีปัญหาพฤติกรรมร่วมด้วย ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 40 มีไอคิวต่ำกว่า 50 เป็นเด็กที่ชอบแสดงอาการก้าวร้าวแบบรุนแรง ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง
ผู้ปกครองสามารถสังเกตพบอาการออทิสติกได้ก่อนที่เด็กจะมีอายุ 3 ปี หรือเริ่มสังเกตอาการได้ชัดเจนเมื่ออายุประมาณ 1 ปีครึ่งขึ้นไป อาการหลักๆ คือพัฒนาการช้าใน 3 ด้านเช่น 1.ด้านสังคม เด็กจะไม่ยอมสบตา ไม่ชอบมองหน้าคนอื่น ไม่สนใจมองตามเมื่อเราเรียกชื่อ ไม่สนใจผู้อื่น ไม่ชี้นิ้วสั่งหรือบอกเมื่อต้องการของที่อยากได้ 2.ด้านภาษาเช่น เริ่มพูดได้ช้ากว่าเด็กปกติ หรือพูดได้แต่ไม่เป็นภาษา ฟังไม่รู้เรื่อง ชอบพูดคำเดิมๆ ซ้ำๆ ทั้งวัน และ 3.ด้านพฤติกรรม เช่น ชอบอยู่ในโลกส่วนตัว มีพฤติกรรมซ้ำๆ ที่ไม่เหมาะสม ชอบมองวัตถุที่หมุนตลอดเวลา เช่น พัดลมหรือของเล่นที่หมุนๆ หากเด็กมีอาการที่กล่าวมา ขอให้รีบพาไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน
[NPC5]นายแพทย์วชิระ กล่าวต่อว่า สำหรับในการตรวจคัดกรองค้นหาเด็กนั้น กรมสุขภาพจิตได้พัฒนาแบบตรวจมาตรฐาน ในเด็กอายุ 1-4 ปี เป็นแบบคำถาม 10 ข้อ แจกไปยังสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง และจัดอบรมแพทย์ เจ้าหน้าที่พยาบาลทั่วประเทศ หากตรวจพบภาวะเสี่ยง คือตอบตรงกับคำตอบในชุดคัดกรองตั้งแต่ 5 ข้อขึ้นไป จะส่งเข้ารับการบำบัดรักษา ส่งเสริมพัฒนาการ ปรับแก้พฤติกรรม และการบำบัดรักษาด้วยยา ซึ่งจะเพิ่มความสามารถทางภาษาและสติปัญญาได้ และให้ผลในการรักษาระยะยาวดีขึ้น โดยต้องประเมินเด็กเป็นระยะๆ และวางแผนรักษาดูแลที่เหมาะสม ร่วมกับครู บุคลากรทางการแพทย์ และพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อดูแลอย่างเหมาะสมตลอดชีวิต