tripoweryoga

กระซิบเด็กออทิสติก แก้พฤติกรรมต่อต้านได้

กระซิบเด็กออทิสติก แก้พฤติกรรมต่อต้านได้

กระซิบเด็กออทิสติก แก้พฤติกรรมต่อต้านได้

slotxo

สถาบันราชานุกูล เผยข่าวดีเด็กออทิสติกอายุ 6-18 ปี และมีพฤติกรรมก้าวร้าว ต่อต้านการฝึกของพ่อแม่ ผลการศึกษาพบว่า การกระซิบด้วยข้อความเชิงบวกสั้นๆ ที่หูซ้ายขณะเด็กหลับหลังเข้านอนประมาณ 20 นาที ทำเพียง 1 นาทีทุกคืนติดต่อกัน 3 เดือน ให้ผลลดพฤติกรรมต่อต้าน

xoslot

าวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยม สถาบันราชานุกูล กทม. เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายในปี 2561 สถาบันแห่งนี้เป็นศูนย์เชี่ยวชาญรักษาโรคจิตเวชในเด็กทุกชนิด และเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการดูแลฟื้นฟูบุคคลที่พิการด้านสติปัญญา การเรียนรู้ เช่น เด็กกลุ่มอาการดาวน์ ออทิสติกในระดับอาเซียน ให้บริการควบคู่การวิจัยและพัฒนาวิชาการเพื่อใช้เป็นมาตรฐานของประเทศ ซึ่งพบว่ามีการพัฒนาที่ก้าวหน้ามากทั้งการจัดบริการรักษาด้วยยา การฝังเข็ม การฝึกทักษะ แก้ไขความพิการเด็กโดยสหวิชาชีพอย่างครบวงจร ไม่แพ้ประเทศใดในอาเซียน ให้บริการที่เป็นมิตร เด็กรู้สึกอบอุ่นใจ ไม่กลัวการรักษา และมีความก้าวหน้าด้านวิชาการการวิจัยเพื่อพัฒนามาตรฐานการดูแลเด็ก ซึ่งต่อปีมีเด็กในกทม.และต่างจังหวัดเข้ารักษาเฉลี่ยเดือนละ 4,600 ครั้ง หรือประมาณ 50,000 ครั้งต่อปี โรค 3 อันดับแรกที่พบมากที่สุด อันดับ 1 คือโรคออทิสติกพบได้ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยทั้งหมด รองลงมาคือเด็กสติปัญญาบกพร่อง และพัฒนาการล่าช้า
อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ล่าสุดนี้ในปี 2560 สถาบันราชานุกูลได้ทำการศึกษาเพื่อแก้ไขเด็กออทิสติกที่มีพฤติกรรมต่อต้านการฝึกทักษะของผู้ปกครอง ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 30 ของเด็กออทิสติกอายุต่ำกว่า 18 ปีที่มีประมาณ 82,000 คนทั่วประเทศ ทำให้ผู้ปกครองหนักใจ ท้อใจ โดยได้นำวิธีการกระซิบที่หูเด็กด้วยถ้อยคำเชิงบวกมาใช้ระหว่างที่เด็กหลับพบว่าได้ผลดีมากอย่างน่าพอใจ พฤติกรรมต่อต้านการฝึกของเด็กลดลง ส่วนผู้ปกครองมีความสุขเพิ่มขึ้น ได้ให้สถาบันฯถ่ายทอดผลการศึกษานี้เข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุขเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลเด็กออทิสติกและเผยแพร่ทางสื่อโซเซียล เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถนำไปใช้ได้เลย
ทางด้านแพทย์หญิงมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาของเด็กออทิสติกที่มารับบริการที่สถาบันฯมีหลายรูปแบบ เช่น อยู่ไม่นิ่ง ก้าวร้าว มีพฤติกรรมต่อต้านการฝึกทักษะ บางคนทำร้ายผู้ปกครอง พฤติกรรมเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กขาดโอกาสเรียนรู้สิ่งจำเป็นในชีวิต ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เป็นภาระผู้ปกครอง ทำให้ผู้ปกครองมีความเครียดสูง บางรายใช้อารมณ์และความรุนแรงกับเด็กโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลให้เด็กมีปัญหาพฤติกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เครดิตฟรี

แพทย์หญิงมธุรดากล่าวต่อว่า ในการศึกษาครั้งนี้ สถาบันฯดำเนินการในกลุ่มผู้ปกครองและเด็กออทิสติก อายุ 6-18 ปี จำนวน 10 คู่ โดยใช้แนวคิดพลังความคิดเชิงบวก ซึ่งสามารถชักนำให้เกิดสิ่งดีๆตามได้ โดยการใช้ข้อความที่สร้างพลังใจ พฤติกรรมดีๆหรือสิ่งที่อยากให้ลูกทำได้ สั้นๆชัดเจนเข้าใจได้ง่าย และให้ผู้ปกครองนำไปใช้กระซิบที่หูซ้ายของเด็ก หลังเด็กหลับแล้วประมาณ 20 นาที ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กอยู่ภวังค์ครึ่งหลับครึ่งตื่น คลื่นสมองของเด็กจะสงบ สมองสามารถรับรู้สิ่งที่ได้ยินได้ดี การกระซิบที่หูซ้ายจะเป็นการกระตุ้นให้สมองซีกขวาซึ่งทำงานเกี่ยวกับการแสดงออกพฤติกรรมและอารมณ์ได้รับรู้ ใช้เวลากระซิบนาน 1 นาที และใช้ข้อความเดิมซ้ำๆกระซิบทุกวันต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน ผลการศึกษาเมื่อครบ 3 เดือนเปรียบเทียบกับช่วงก่อนทำการกระซิบ พบว่าพฤติกรรมก้าวร้าวและต่อต้านการฝึกของเด็กลดลงทุกคนตั้งแต่ร้อยละ 12- 67 ส่วนผู้ปกครองทุกคนพอใจกับพฤติกรรมของลูก มีค่าคะแนนความสุขเพิ่มขึ้นตั้งแต่ร้อยละ 17 – 53 โดยสถาบันฯจะทำการสาธิตขั้นตอนวิธีการกระซิบและนำเผยแพร่ทาง You Tube ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ เพื่อให้สถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศและผู้ปกครองสามารถนำไปใช้ได้เลย ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่สถาบันราชานุกูล หมายเลขโทรศัพท์ 02-2488900 ต่อ 70384-70385

สล็อต xo

สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์คิดค้นเครื่องมือตรวจภาวะ ‘ออทิสติก’เด็กไทย ทดลองใช้แล้วในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ เผยได้ผลดี เตรียมใช้ทั่วประเทศในปี 2561
พญ.ดวงกมล ตั้งวิริยะไพบูลย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จ.เชียงใหม่ ในสังกัดกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า การวินิจฉัยภาวะออทิสติกในเด็กและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้เด็กกลับมามีสติปัญญาสูงขึ้น สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้สูงมากขึ้น ซึ่งสถาบันมีการเปิดให้บริการคลินิกพิเศษเพื่อวินิจฉัย ภาวะออทิสติกด้วยเครื่องมือเอดอส (Autism Diagnostic Observation Schedule : ADOS) ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานสากลในการวินิจฉัยเด็กที่สงสัยว่ามีภาวะออทิสติก โดยแบ่งเป็นชุดสัมภาษณ์ผู้ปกครองและชุดการประเมินโดยให้เด็กทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังเกตพฤติกรรมของเด็กในด้านการสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การเล่น จินตนาการ และพฤติกรรมซ้ำๆ ซึ่งผู้ปกครองจะอยู่อีกห้องหนึ่งในการร่วมสังเกตพฤติกรรมของลูก ใช้เวลา 30-45 นาที ทุกรายจะมีการบันทึกวิดีโอ หลังจากประเมินแล้วจะมีการให้คะแนน แปลผล แล้วจึงแจ้งแก่ผู้ปกครอง ปัจจุบันมีการใช้เครื่องมือเอดอสในการวินิจฉัยภาวะออทิสติกมากกว่า 10 ปี มีจำนวนเด็กทั้งสิ้น 721 ราย โดยรายที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถให้การวินิจฉัยได้ คือ 13 เดือน ซึ่งระบบนี้จะส่งผลให้เด็กได้รับการรักษาแบบเข้มข้นตั้งแต่อายุยังน้อย
พญ.ดวงกมลกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้สถาบันอยู่ระหว่างวิจัยและพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยภาวะออทิสติกที่เป็นของประเทศไทย เรียกว่าเครื่องมือทีแดส (Thai Diagnostic Autism Scale : TDAS) ซึ่งจะเป็นแบบประเมินชุดเดียวทั้งการสังเกตพฤติกรรมเด็กและสัมภาษณ์ผู้ปกครอง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ขณะนี้พัฒนาเครื่องมือแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างศึกษาประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยนำไปให้โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไป ในแต่ละภาคของประเทศไทยทดลองใช้ประเมินภาวะออทิสติกในเด็ก
“ขณะนี้โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไป ใน 8 จังหวัดภาคเหนือได้ ดำเนินการแล้วเสร็จ สะท้อนกลับมาว่าเด็กมีความเข้าใจและประสิทธิภาพดีมาก โดยยังต้องรอผลการ ดำเนินการในภาคอื่นด้วยว่าเป็นอย่างไร จึงจะสามารถระบุประสิทธิผล ของเครื่องมือตัวใหม่สำหรับประเทศไทยได้ ทั้งนี้เรื่องของประสิทธิผลจะใช้นักสถิติในการเก็บข้อมูล และเทียบเคียงผลกับเครื่องมือมาตรฐานว่าใช้ได้ตรงกันหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้ได้มาตรฐานการวินิจฉัยของคนไทยเอง ทั้งเรื่องของภาษา การสื่อสาร และสังคม เนื่องจากประเทศไทยมีบริบท วัฒนธรรม การสอนเด็ก และวิถีชีวิตที่แตกต่างจากเมืองนอก จึงต้องมีการ ปรับเครื่องมือประเมินวินิจฉัยที่เป็นบริบทของประเทศไทยเอง ซึ่งจากการที่เคยไปสอนประเทศข้างเคียงในแถบอาเซียน หลายประเทศก็มี ความสนใจที่อยากจะขอลิขสิทธิ์เครื่องมือทีแดสของไทยไปแปลใช้ประเมินออทิสติกในประเทศตัวเอง เพราะมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน คาดว่าทั้งหมดจะแล้วเสร็จและเริ่มใช้เครื่องมือทีแดส ทั่วประเทศไทยได้ในปี 2561” พญ.ดวงกมลกล่าว
[NPC5]ทางด้านแพทย์หญิงจุฬาพันธุ์ เหมกูล ผู้อำนวยการรพ.จิตเวชสระแก้วราช นครินทร์กล่าวว่า ผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้บริการที่คลินิกการแพทย์แผนไทยที่ผ่านมา พบว่าร้อยละ 60 เป็นผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการแสดงออกทางกาย เช่น ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ท้องเสีย ผื่นคัน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากความเครียดสะสม หลังจากได้รับการบำบัด ด้วยการแพทย์แผนไทย ทั้งการใช้ยาไทยและการนวดที่พัฒนาเทคนิคเฉพาะ พบว่าให้ผลดี เช่นในผู้ใหญ่ที่ปวดศีรษะ การนวดทำให้อาการปวดลดลง 80-100 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้จะขยายผลนวดในกลุ่มเด็กพิเศษด้วย โดยจะนวดแบบอโรมาหรือสุคนธบำบัด ใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ เริ่มในกลุ่มเด็กออทิสติก ซึ่งมักมีพฤติกรรมซ้ำๆ โดยมีผลงานวิจัยการนวดไทย และกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย จะทำให้เด็กมีอารมณ์และจิตใจดีขึ้น ที่สำคัญการนวดคือการดูแลรักษาเด็กแบบองค์รวมทั้งอาการป่วยทางกาย จิตใจ และสังคมพร้อมกัน ซี่งจะจัดทำเป็นงานวิจัยเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบขยายใชัในรพ.จิตเวชทั่วประเทศ และใช้ในคลินิก แพทย์แผนไทยของรพ.ทุกระดับด้วย
Cr.https://www.thaihealth.or.th