tripoweryoga

การช่วยเหลือเด็กออทิสติก

การช่วยเหลือเด็กออทิสติก

การช่วยเหลือเด็กออทิสติก

slotxo

โรคออทิซึมสเปคตรัมเป็นความบกพร่องของพัฒนาการด้านการมีปฏิสัมพันธ์ทาง สังคมการสื่อสารทั้งการใช้ภาษาพูดและภาษาท่าทางและมีพฤติกรรมหรือความสนใจที่จำกัดหรือ ซ้ำๆเกณฑ์การวินิจฉัยตามคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต(TheDiagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders: DSM–5) แบ่งระดับความรุนแรงของ เด็กออทิสติกเป็น 3 ระดับได้แก่ ระดับ 1 ต้องการการช่วยเหลือสนับสนุน
ระดับ 2 ต้องการ การช่วยเหลือสนับสนุนอย่างมาก
ระดับ 3 ต้องการการช่วยเหลือสนับสนุนอย่างสูงมาก อย่างไรก็ตาม ระดับความรุนแรงของเด็กออทิสติกเปลี่ยนแปลงได้ตามพัฒนาการและการ ช่วยเหลือเด็ก ปัจจุบันได้มีแนวทางการช่วยเหลือที่ทำให้เด็กออทิสติกมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าคือ
1) การช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์
2) การเสริมสร้างพลังของครอบครัว
3) การประสาน ความร่วมมือจากบุคลากรในโรงเรียน
4) การเสริมสร้างความสามารถของเด็กออทิสติก ดังนั้นความรู้และความเข้าใจในการสังเกตอาการเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคออทิซึมสเปคตรัมเป็นปัจจัย สำคัญที่ทำให้ผู้ปกครองนำเด็กออทิซึมสเปคตรัมเข้ารับการคัดกรอง ซี่งจะทำให้เด็กได้รับการ ช่วยเหลือในระยะเริ่มแรกเร็วขึ้น และคาดว่าจะส่งผลให้พัฒนาการของเด็กดีขึ้น

xoslot

โรคออทิซึมสเปคตรัม (Autism spectrum disorder) เป็นความบกพร่องของพัฒนาการด้านการมี ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การสื่อสารด้วยวัจนภาษาและ อวัจนภาษา และมีพฤติกรรมหรือความสนใจที่จำกัด หรือซ้ำๆ ปัจจุบันโรคออทิซึมสเปคตรัมมีแนวโน้มสูงขึ้น ในทุกประเทศทั่วโลกพบได้ทุกเชื้อชาติพบเด็ก 1 ใน160 คน จากทั่วโลกจะมีการป่วยด้วยโรคออทิซึมสเปคตรัม1 จากการศึกษาทางระบาดวิทยาในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง2 ความชุกของโรค ออทิซึมสเปคตรัมทั่วโลกเพิ่มขึ้นอาจมาจากการที่การรับรู้ เกี่ยวกับโรคออทิซึมสเปคตรัมที่มากขึ้น มีเครื่องมือใน การวินิจฉัยที่ดีขึ้น และมีการรายงานที่เพิ่มขึ้น
ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบความชุกโดยรวม เท่ากับ 16.8 ต่อ 1,000 หรือ 1 ใน 59 โดยพบในเด็ก เพศชายมากกว่าเพศหญิง4เท่า 2 ในประเทศไทยยังไม่มี สถิติชัดเจนเกี่ยวกับอุบัติการณ์ของโรคนี้แต่จากการ รายงานของมูลนิธิออทิสติกไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ และแนวโน้มของคนเป็นโรคออทิซึมสเปคตรัมในไทย คาดว่ามีประมาณ 3.7 แสนคน และจากสถิติปี2555 เฉลี่ยเด็กไทยใน 1,000 คน พบว่าเป็นโรคออทิซึม สเปคตรัมถึง 6 คน ซึ่งถือเป็นอัตราส่วนที่สูงมาก และ เพิ่มขึ้นทุกปี3 จากการศึกษางานวิจัยที่สำรวจเด็กอายุ 18-48 เดือน ที่พ่อแม่พามารับบริการฉีดวัคซีน ณ คลินิกเด็กดีรพ.จุฬาลงกรณ์ปี2557-2558 โดยมีการ คัดกรองภาวะโรคออทิซึมสเปคตรัมด้วยแบบประเมิน M-CHAT (Modified Checklist for Autism in Toddlers) พบว่า อุบัติการณ์โรคออทิซึมสเปคตรัมใน เด็กที่มารับบริการคลินิกเด็กดีในอัตราส่วน 1:814 จำนวนที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากผู้ปกครองมีความรู้ เกี่ยวกับโรคออทิซึมสเปคตรัมมากขึ้น ผู้ปกครองที่สงสัย ในพฤติกรรมของเด็กได้พาเด็กเข้ารับการตรวจคัดกรอง เพิ่มขึ้น
สาเหตุการเกิดของโรคออทิซึมสเปคตรัมปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากปัจจัย หลายอย่างร่วมกันทั้งเรื่องปัจจัยทางพันธุกรรม เช่น ความเกี่ยวข้องของยีนในหลายตำแหน่ง การเกิดใน ฝาแฝดและในพี่น้องที่เป็นโรคออทิซึมสเปคตรัมปัจจัย ด้านสารสื่อประสาท โดยเฉพาะสารซีโรโทนินที่พบว่า สูงขึ้น ปัจจัยโครงสร้างของสมองที่พบว่า สมองของผู้ที่ เป็นโรค ออทิซึมสเปคตรัมจะมีขนาดใหญ่กว่าของคน ทั่วไปหรืออาจมีขนาดของสมองที่ผิดปกติปัจจัยการติด เชื้อระหว่างการตั้งครรภ์และหลังคลอด1,2,5 อาการของ โรค ออทิซึมสเปคตรัมส่วนใหญ่จะแสดงตั้งแต่เล็กก่อน อายุ 3 ขวบส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการสื่อสาร และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม มีรูปแบบของกิจกรรม หรือพฤติกรรมที่ซ้ำๆ โดยอาการที่เกิดมีผลต่อความ บกพร่องทางสังคม อาชีพ และเรื่องอื่นๆ

เครดิตฟรี

จากการที่เด็กมีภาวะโรคออทิซึมสเปคตรัม ส่งผลกระทบต่อตัวเด็ก และครอบครัว ดังนี้ผลกระทบ ต่อตัวเด็ก ทำให้มีปัญหาการเรียนจากการที่เด็กเลือก เรียนรู้เฉพาะสิ่งที่ตนเองสนใจ ซึ่งมีผลต่อการเรียนรู้ที่ หลากหลายมีปัญหาความสัมพันธ์กับครูในกรณีที่ครูไม่ เข้าใจในข้อจำกัดของเด็ก และไม่มีประสบการณ์ในการ จัดการอาการของเด็กเมื่อมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ มีปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน พบในเด็กบางคนที่ เริ่มต้นในการเล่นกับเพื่อนไม่เป็น หรือเลือกเล่นเฉพาะ เรื่องที่ตนเองสนใจรวมถึงการไม่เข้าใจอารมณ์ความคิด ของเด็กในวัยเดียวกัน ทำให้มักถูกเด็กอื่นมองว่ามี พฤติกรรมที่ตลกหรือแปลก ผลกระทบต่อครอบครัว ได้แก่มีปัญหาเรื่องความรู้สึกผิดรู้สึกวิตกกังวลรู้สึกสูญ เสียและในบางครอบครัวยอมรับไม่ได้เมื่อถูกได้รับการ วินิจฉัยว่าเด็กเป็นโรคออทิซึมสเปคตรัม ความรู้สึก ดังกล่าวส่วนมากพบในผู้ดูแลที่เป็นมารดา ผลกระทบ จากการดูแลเด็กออทิซึมสเปคตรัม พบว่า มารดาของ เด็กมีสุขภาพทรุดโทรม รับประทานอาหารได้น้อยลง รู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับปัญหา มีการดำเนินชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป มีปัญหาความ สัมพันธ์ในครอบครัวเกิดจากการที่ผู้ปกครองมี ความเครียดในการดูแล และการจัดการอาการของเด็ก6,7 รวมถึงปัญหาเรื่องการใช้จ่ายในการดูแลรักษาทั้งที่เป็น ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล จนถึงค่าใช้จ่ายในการ เรียน พบว่า เด็กโรคออทิสซึมสเปคตรัมมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,284,478 ถึง 1,605,599 ล้านบาทต่อคน ต่อป

สล็อต xo

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอลักษณะ อาการของโรคออทิซึมสเปคตรัมระดับความรุนแรงของ เด็กออทิสติก และการช่วยเหลือเด็กออทิสติกผ่านกรณี ศึกษาซึ่งเป็นมุมมองของมารดาซึ่งเป็นพยาบาลเพื่อให้ บุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าใจความหลากหลายของอาการ นำไปสู่การส่งเสริมให้ผู้ปกครองพาเด็กเข้ารับการตรวจ คัดกรอง จะทำให้เด็กเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือได้ อย่างเหมาะสมอาการของโรคออทิซึมสเปคตรัม กรณีศึกษาเพศชายน้ำหนักแรกคลอด3,100กรัม คลอดโดยการผ่าตัดคลอดได้รับวัคซีนครบมีพัฒนาการ ตามวัยปกติในช่วงแรกเกิดถึงขวบปีที่1 โดยกรณีศึกษา จะชอบให้ผู้อื่นอุ้ม ชอบเล่นกับผู้อื่น มองหน้าสบตาดียิ้ม หัวเราะง่าย ชี้นิ้วบอกความต้องการได้ แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ ช่วงขวบปีที่ 2 มารดาสังเกตเห็นกรณีศึกษา เริ่มเรียก ไม่หัน การสื่อสารด้วยภาษาพูดค่อนข้างน้อย มีอาการ ตีหัวตัวเองบางครั้งเมื่อไม่พอใจ มีอาการกัดเมื่อไม่พอใจ มารดาของกรณีศึกษาเข้าใจว่า อาการดังกล่าวอาจเป็น พัฒนาการที่ปกติซึ่งเกิดได้เมื่อเด็กมีสิ่งเร้ากระตุ้น แต่ ยังแสดงออกไม่เป็น ในส่วนของพัฒนาการด้านการ สื่อสารมารดาเข้าใจว่า ส่วนหนึ่งของการสื่อสารที่น้อย เพราะกรณีศึกษาใช้เวลาในการดูแท๊บเล็ต เกือบทั้งวัน ประกอบกับญาติของมารดาจะบอกว่า เด็กผู้ชายก็พูด น้อย พูดช้ากว่าเด็กผู้หญิงอย่างที่โบราณบอกมา และิดาของกรณีศึกษาก็พูดช้าในช่วงวัยเด็ก ทำให้มารดา ของกรณีศึกษายังไม่ได้พาไปพบแพทย์เรื่องการสื่อสาร เมื่อกรณีศึกษาอายุได้ประมาณ 2 ขวบ 6 เดือน มารดา เริ่มมีความกังวลใจเกี่ยวกับอาการของกรณีศึกษา จาก อาการกัดผู้อื่นเมื่อไม่พอใจมีมากขึ้น มีอาการเรียก ไม่หัน และเดินเขย่งในบางครั้ง ทำให้มารดาเริ่มปรึกษา แพทย์แพทย์ท่านแรกบอกว่า อาการคล้ายกับโรค ออทิซึมสเปคตรัม ซึ่งมารดายังไม่เชื่อและเมื่อครอบครัว ได้ย้ายมากรุงเทพ มารดาได้พากรณีศึกษาพบแพทย์อีก 2 ท่านต่อมา และแพทย์ทั้งสองท่านได้วินิจฉัยตรงกันว่า กรณีศึกษาป่วยเป็นกลุ่มโรคออทิซึมสเปคตรัมวันที่หมอ พบแพทย์คนที่ 2 อีกครั้ง เพื่อ ยืนยันคำวินิจฉัยซึ่งก็ได้รับวินิจฉัยเช่นเดิม
[NPC5]วินิจฉัยว่ากรณีศึกษามีอาการเข้าได้กับโรคนี้ ปฏิกริยาแรก ของมารดาคือ การปฏิเสธ ไม่เชื่อเพราะช่วง 2 ปีที่ผ่าน มากรณีศึกษาสามารถสื่อสารได้แม้จะน้อยไปกรณีศึกษา มีการสื่อสารด้วยภาษาพูดและภาษากายแม้จะน้อยไป มีการเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดให้แต่ไม่ทุกครั้ง บางกิจกรรมหลีกเลี่ยงในการเข้าร่วมที่มีเสียงดัง เช่น กีฬาสีหรือการแสดงประจำปีของโรงเรียน เป็นต้นกรณี ศึกษาคงไม่เป็น อาการที่มีคงเพราะกรณีศึกษาดูแท๊บ แล๊ต และโทรทัศน์มากไป และที่สำคัญจากการรับรู้ เกี่ยวกับเด็กออทิสติก ที่ผ่านมา รับรู้ว่าเด็กออทิสติก ต้องไม่สบตาไม่สื่อสาร และไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ มารดาพากรณีศึกษา