tripoweryoga

การเข้าเรียนในโรงเรียนของเด็กออทิสติก

การเข้าเรียนในโรงเรียนของเด็กออทิสติก

การเข้าเรียนในโรงเรียนของเด็กออทิสติก

slotxo

การเข้าเรียนในโรงเรียนของเด็กออทิสติก ถือได้ ว่าเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้ปกครองตัวเด็กออทิสติกและ ครูประจำชั้น เพราะจากลักษณะตัวโรคของเด็กออทิสติก ที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ขาดความยืดหยุ่นส่งผลต่อ การปรับตัวของเด็กเมื่อต้องเข้าโรงเรียน ดังนั้น การ ประสานความร่วมมือจากบุคลากรในโรงเรียนจึงเป็น สิ่งสำคัญเช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ การช่วยเหลือทางด้าน การศึกษาให้เหมาะสมกับระดับความสามารถและความ ต้องการของเด็กแต่ละคน แนวคิดสําคัญในการจัดการ ศึกษาสําหรับเด็กออทิสติก คือ การจัดการศึกษาต้อง สอดคล้องกับศักยภาพของเด็กแต่ละคน และตระหนัก เสมอว่า เด็กออทิสติกมีสิทธิในการได้รับบริการด้าน การศึกษาจากรัฐอย่างเสมอภาคเหมือนกับบุคคลทั่วไป

xoslot

ปัจจุบันการศึกษาสมัยใหม่มีความเชื่อว่า การให้ เด็กได้เรียนร่วมกับเด็กปกติจะช่วยให้เด็กเหล่านี้มี พัฒนาการทางสมอง อารมณ์ และสังคมดีกว่าการแยก เด็กต่างหาก จึงได้มีการผลักดันให้เด็กพิเศษเข้าสู่ระบบโรงเรียนปกติให้มากที่สุด ทำให้หลายโรงเรียนใน ประเทศไทยเริ่มมีการจัดแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล มี การเรียนในโรงเรียนแบบคู่ขนาน การเรียนร่วมกับเด็ก ทั่วไปในชั้นเรียนปกติ และในบางโรงเรียนเปิดโอกาสให้ มีครูไปดูแลเด็กออทิสติกอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ขึ้นกับการ ประเมิน และการวางแผนร่วมกันในการช่วยเหลือทาง ด้านการศึกษาระหว่างครูผู้ปกครอง และครูที่ได้การ ดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงการให้โอกาสแก่เด็กออทิสติก เพื่อให้เขาได้มีโอกาสพัฒนาทางการศึกษาเช่นเดียวกับ เด็กอื่นๆอีก ซึ่งการเรียนในโรงเรียนยังเป็นสิ่งแวดล้อม หนึ่งที่ช่วยให้เด็กออทิสติก ได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม ผ่านการเรียนรู้จากเด็กอื่นๆในช่วงวัยเดียวกันเพื่อเป็น ตัวแบบในการพัฒนาพฤติกรรม และการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ควรเน้นย้ำผู้ปกครองเด็ก ออทิสติกคือ การไม่เปรียบเทียบ และกดดันเด็กออทิสติก ในเรื่องการเรียนกับเด็กอื่นแต่ผู้ปกครองควรชื่นชมเด็ก เพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเองในส่วนของการ ประสานกับครูประจำชั้น หากเป็นไปได้ผู้ปกครองควร มีการประสานเรื่องการจัดห้องเรียนให้เป็นระบบจัดของ เป็นหมวดหมู่การจัดตารางเวลากิจกรรมต่างๆ แน่นอน มีการบอกเด็กออทิสติกก่อนล่วงหน้าเมื่อตารางกิจกรรม มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้เด็กรู้ว่าเขาต้องทำอะไร บ้าง และสอนอย่างมีขั้นตอน วิธีการสอนจะเน้นใช้ภาพ มากกว่าเสียงสอน ให้สื่อสารโดยใช้รูปหรือสัญลักษณ์ ต่างๆ และในมุมมองของผู้ปกครองที่มีบุตรเป็น โรคออทิซึมสเปคตรัม การเล่าอาการของเด็กออทิสติก ให้ครูประจำชั้นทราบเป็นเรื่องสำคัญ เพราะครูประจำ ชั้นเป็นจะได้ให้การดูแลเด็กเวลาที่เด็กเกิดมีปัญหาจาก การที่เด็กไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ได้หรือมีปัญหา อื่นๆในช่วงเวลาการเรียน ตลอดจนการครูประจำชั้นจะ ได้หาวิธีการเรียนหรือกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพที่ เด็กออทิสติกมีอยู่เพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจใน ตนเอง

เครดิตฟรี

การเสริมสร้างความสามารถของเด็กออทิสติก ในการช่วยเหลือเด็กออทิสติก หากบุคลากร ทางการแพทย์มุ่งแก้ไขความบกพร่องเพียงด้านเดียว และสะท้อนแต่ปัญหาของเด็กออทิสติกให้ผู้ปกครองทราบ โดยลืมมองความสามารถหรือข้อดีที่เด็กออทิสติกมีจะ ทำให้หมดผู้ปกครองเกิดความรู้สึกท้อแท้บางรายอาจ เกิดความรู้สึกผิด และซึมเศร้าเนื่องจากผู้ปกครองมอง เห็นแต่ปัญหาในบางรายอาจรู้สึกเกิดการโทษเด็กดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กออทิสติก ควรมองหาข้อดีและความสามารถของเด็กควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยให้มีกำลังใจ การเสริมสร้างความสามารถของเด็กอาจเริ่มจาก สิ่งที่เด็กสามารถทำได้แล้วขยายความสามารถที่ทำได้ เหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้นโดยเปิดโอกาสให้เด็กได้ทำบ่อยๆ สอนเพิ่มในเรื่องที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เด็กทำได้จะทำให้ เด็กเกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและขยายขอบเขตความ สามารถเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายงานที่กล่าวว่า การ ส่งเสริมความสามารถของเด็กอาจเริ่มจากสิ่งที่เป็นจุด แข็งของเด็ก เช่นเด็กเรียนรู้ได้ดีจากภาพ กฎต่างๆหรือ สิ่งที่เด็กให้ความสนใจเป็นพิเศษหากผู้ปกครองสามารถ หาจุดแข็งหรือความสามารถของเด็กได้จะเป็นการ ส่งเสริมความสามารถและทักษะใหม่ๆให้กับเด็กดังนั้น การส่งเสริมความสามารถในด้านต่างๆ เช่น ด้านทักษะ การคำนวณอาจเริ่มจากสิ่งที่เด็กสนใจ เช่น การใช้ของ เล่น เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสีขนาด จำนวน หรือทักษะการ สื่อสาร อาจใช้ภาพประกอบสิ่งที่เด็กสนใจโดยการให้ เด็กเป็นผู้เริ่มหัวข้อสนทนาเป็นการส่งเสริมทักษะการ สื่อสารให้เพิ่มขึ้น หรือผู้ปกครองอาจส่งเสริมความ สามารถของเด็กโดยเปิดโอกาสให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่ หลากหลายเช่น ดนตรีกีฬา งานศิลปะต่าง ๆ ช่วยงาน ที่พ่อแม่ทำก็จะช่วยให้เด็กมีโอกาสแสดงความสามารถ ให้เห็นเพิ่มขึ้น และในมุมมองของผู้ปกครองที่มีลูก เป็นโรคออทิซึมสเปคตรัมการเสริมสร้างความสามารถ อาจเริ่มจากสิ่งที่เด็กชอบทำหรืออยากเรียนรู้ซึ่งจะเป็น สิ่งที่กระตุ้นให้ทำกิจกรรมนั้นได้ยาวนานขึ้น

สล็อต xo

จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา 3 ปีตอนนี้กรณีศึกษา อายุ6ปีกว่าพฤติกรรมการกัดผู้อื่นเมื่อไม่พอใจ อาการ เรียกไม่หัน การเดินเขย่ง การหลีกเลี่ยงเสียงดังหายไป ในส่วนของการสื่อสารกรณีศึกษาสามารถสื่อสารได้มาก ขึ้นแม้ยังต้องช่วยแนะนำวิธีการใช้คำพูดเมื่อต้องสื่อสาร เป็นประโยคยาวๆมีการเล่าเรื่องที่โรงเรียนสามารถช่วย เหลือตัวเองได้เรียนร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนปกติได้ ทำกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดได้เช่นเดียวกับเด็กคน อื่นๆ แม้ว่าในบางครั้งอาจมีการปฏิเสธการทำกิจกรรม บางอย่างที่คุณครูบอก โดยมารดาจะอธิบายเหตุผลใน การทำกิจกรรมแก่กรณีศึกษา หรือบางครั้งกรณีศึกษา จะไม่เข้าใจในคำพูดบางคำของผู้อื่น ซึ่งกรณีศึกษาจะ ถามซ้ำบ่อยๆ ในชั้นเรียนหรือกับเพื่อน ช่วยเหลือโดย บอกกรณีศึกษาให้เก็บคำที่ไม่เข้าใจมาถามมารดาใน ช่วงเย็นแทน ในบางครั้งกรณีศึกษาไม่ยอมทำตามสิ่งที่ คุณครูบอกโดยคุณครูจะบอกว่ากรณีศึกษาดูเหมือนเด็ก ปกติแต่บางอย่างทำไมทำเหมือนเด็กไม่ได้ซึ่งมารดาได้ บอกคุณครูเกี่ยวกับเรื่องโรคและลักษณะอาการเพื่อให้ คุณครูเข้าใจมากขึ้น รวมถึงสอบถามพฤติกรรมการ เรียน การเข้าสังคมกับเพื่อนและเรื่องอื่นๆ จากคุณครู ในส่วนของการรับประทานยา กรณีศึกษายังมีการรับ ประทานยาในขนาดที่ลดลง และยังคงมีจัดกิจกรรม เช่น การอ่านหนังสือนิทานที่เกี่ยวกับคุณธรรม การเรียน ศิลปะ การว่ายน้ำ การเรียนพิเศษเพิ่มเติม และการต่อ เลโก้การที่กรณีศึกษาพัฒนาการที่ดีขึ้นมาจากการ สนับสนุน และช่วยเหลือจากหลายฝ่าย และที่สุดคือ ความเข้าใจของคนในครอบครัว
กรณีศึกษาได้รับการช ่วยเหลือจากบุคลากร ทางการแพทย์ในการกระตุ้นพัฒนาการและได้รับยา ควบคุมอารมณ์ มีการพูดคุยกับทางโรงเรียนอย่าง ต่อเนื่อง มีการให้เด็กได้ลองทำกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อ ค้นหาศักยภาพของตัวเอง มีการอธิบายอย่างชัดเจนในกิจกรรมหรือสิ่งที่ต้องทำ อธิบายในสิ่งหรือความหมาย ที่เด็กยังไม่เข้าใจรวมถึงการอธิบายในอารมณ์ความรู้สึก ของคู่สนทนา เพราะในเด็กที่ต้องการการช่วยเหลือ สนับสนุน การแนะนำสิ่งต่างๆ จะทำให้เด็กเกิดความ เข้าใจมากขึ้นและเมื่อเด็กทำได้เด็กจะเกิดความภาคภูมิ ในตัวเอง
โรคออทิสติก เป็นโรคที่อยู่ในกลุ่ม พีดีดี (Pervasive Developmental Disorders : PDDs) หรือ ความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้าน แสดงอาการอย่างชัดเจนในวัยเด็ก มักพบในช่วง 2 ขวบปีแรก มีผลทำให้พัฒนาการทางด้านสังคมและภาษาบกพร่อง มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของสมองตั้งแต่กำเนิด โดยจะส่งผลต่อพัฒนาการทั้ง 3 ด้าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการของเด็กออทิสติก ได้ดังนี้
พัฒนาการด้านการเข้าสังคม
เด็กไม่มองหน้า ไม่สบตาขณะพูดด้วย ไม่เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ ไม่มีความสนใจร่วมกับคนอื่น ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกทางสีหน้า และไม่มีภาษาท่าทางเพื่อการสื่อสาร ชอบเล่นคนเดียวอยู่ในโลกส่วนตัว ปลีกวิเวกอยู่ตามลำพัง ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นยาก
พัฒนาการด้านการสื่อสาร
เด็กพูดช้ากว่าวัย พูดซ้ำ ๆ ทวนคำ ทวนประโยคไปมา พูดภาษาแปลก ๆ ไม่มีความหมายที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ ส่งเสียงไม่เป็นภาษา ไม่สามารถใช้ภาษาท่าทางสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ เช่น การพยักหน้า ส่ายหน้า หรือการแสดงสีหน้าอารมณ์ความรู้สึก
พัฒนาการด้านพฤติกรรม
ชอบเล่นซ้ำ ๆ มองซ้ำ ๆ ทำกิจกรรมเดิม ๆ เช่น ดูการ์ตูนเรื่องเดิม ๆ หรือนั่งจ้องอะไรเป็นเวลานาน ๆ ชอบเล่นตามลำพัง แต่เล่นของเล่นไม่เป็น มักเอามาเคาะ โยน ถือ ดม เอาเข้าปาก หรือเอามาเรียงเป็นแถว ปรับตัวยากต่อการเปลี่ยนแปลง มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มากหรือน้อยเกินไป เช่น ไม่สามารถทนเสียงดังได้ หรือชอบทำให้เกิดเสียงดัง ๆ แล้วหัวเราะชอบใจ บางครั้งก็มีอาการทำร้ายร่างกายตัวเอง เป็นต้น
[NPC5]การดูแลเด็กออทิสติกผ่านมุมมองของมารดาซึ่ง เป็นพยาบาล ทำให้เกิดการเรียนรู้ว่าความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอาการและระดับความรุนแรงของโรคออทิซึม สเปคตรัมเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นอย่างมากต่อผู้ดูแล เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นและพาเด็ก เข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อให้เด็กเข้าสู่การส่งเสริม พัฒนาอย่างเร็ว และเมื่อเด็กได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคออทิซึมสเปคตรัม การเลือกวิธีที่ช่วยเหลือเด็กต้อง เลือกให้เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของอาการที่เด็ก มีและใช้การผสมผสานหลายวิธีได้แก่การช่วยเหลือจาก บุคลากรทางการแพทย์การเสริมพลังครอบครัว การ ประสานงานกับโรงเรียน และการส่งเสริมศักยภาพของ เด็ก คาดว่าจะส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น