tripoweryoga

ลักษณะของเด็กออทิสติก

ลักษณะของเด็กออทิสติก

ลักษณะของเด็กออทิสติก

slotxo

ลักษณะของเด็กออทิสติก ไว้ดังนี้

  1. อยูในโลกของตนเอง คือ ไม่สนใจต่อความรู้สึกของคนอื่นมองคนอื่นเป็นเสมือนวัตถุ หรือมองเลยไปที่วัตถุที่เขาสนใจเท่านั้น
  2. ไม่สนใจที่จะเข้าไปหาใครเพื่อปลอบใจเมื่อเกิดการหกล้มหรือเจ็บจะส่งเสียงร้องเพียง ชัวขณะแล้วจะหยุดหายอย่างปลิดทิ้้งไปเลย
  3. ไม่เข้าไปเล่นในกลุ่มเพื่อน หรือไม่เล่นเลียนแบบเด็กอื่นๆ
  4. ไม่ยอมพูด ส่วนการเล่นเสียงจะไม่มีแบบแผนที่แน่นอน อาจแตกต่างกนไปในแต่ละวัน
  5. เคลื่อนไหวแบบซ ้า ๆ ซาก ๆ อยูอย่างเดียวบ่อยจนผิดปกติ
  6. ยึดติดวัตถุ สิ่งของอยางใดอย่างหนึ่ง มักถือเดินไปเรื่อย ๆ หรือเก็บไว้เป็นส่วนตัวถ้า ถูกแยงไปจะร้อง
  7. ต่อต้านหรือแสดงกิริยาอารมณ์รุนแรง และไร้เหตุผล
  8. มีทีท่าเหมือนคนหูหนวก
  9. ท่าทางไม่รับรู้ต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้น
    10.ใช้วิธีการสัมผัสและเรียนรู้สิ่งต่างๆ
  10. มีความบกพร่องทางการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกบเพื่่อน เช่น ไม่มองสบตาบุคคลอื่น ไม่มี การแสดงออกทางสีหน้า กิริยาท่าทาง เล่นกับเพื่อนไม่่เป็ น ไม่สนใจที่จะทำงานร่วมกับใครไม่เข้าใจพฤติกรรมของคนอื่น
  11. มีความบกพร่องด้านการสื่อสาร ทั้งด้านการใช้ภาษาพูด ความเข้าใจภาษา การแสดง กริยาสื่อความหมาย ซึ่ งมีความบกพร่องหลายระดับตั้งแต่ไม่สามารถพูดจาสื่อความหมายได้เลย หรือบางคนพูดได้แต่ไม่สามารถสนทนาโต้ตอบกบผู้อื่นได้อย่างเข้าใจ บางคนพูดแบบเสียงสะท้อน ่ หรือพูดเลียนแบบทวนคำพูด บางคนจะพูดซ ้าแต่ในเรื่องที่ตนเองสนใจ มีการใช้สรรพนามสลับที่ ระดับเสียงพูดอาจมีความผิดปกติ บางคนพูดโทนเสียงเดียว บางคนพูดเพ้อเจ้อ เรื่อยเปื่อย
  12. มีความบกพร่องด้านพฤติกรรมและอารมณ์ บางคนมีพฤติกรรมซ้ำผิดปกติ เช่น เล่น มือ โบกมือไปมา หรือหมุนตัวไปรอบๆ เดินเขย่งปลายเท้า ท่าทางเดินงุ่มง่าม ยึดติด ไม่ยอมรับ การเปลี่ยนแปลง การแสดงออกทางอารมณ์ไม่สมกบวัย บางคนร้องไห้หรื อหัวเราะโดยไม่มี เหตุผล บางคนมีอารมณ์กาวร้าวรุนแรง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางสิ่่งแวดล้อม

xoslot

  1. มีความบกพร่องด้านการรับรู้ทางประสาทสัมผัส การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ การรับรู้ทางการเห็น การตอบสนองต่อการฟัง การสัมผัส การรับกลิ่นและรสมีความแตกต่างกนั ในแต่ละบุคคล บางคนชอบมองแสง บางคนตอบสนองต่อเสียงผิดปกติ รับเสียงบางเสียงไม่ได้ ด้านการสัมผัสกลิ่นและรส บางคนตอบสนองช้าหรือไวหรือแปลกกวาปกติ เช่น ดมของเล่น
  2. มีความบกพร่องด้านการใช้อวัยวะต่างๆ อยางประสานสัมพันธ์ การใช้ส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกาย รวมถึงการประสานสัมพันธ์ของกลไกกล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็กมีความบกพร่อง บาง คนเคลื่อนไหวงุ่มง่ามผิดปกติ ไม่คล่องแคล่ว ท่าทางเดินหรือวิงแปลก ๆ การใช้กล้ามเนื้้อมัดเล็กใน การหยิบจับไม่ประสานกนั
  3. มีความบกพร่องด้านการจินตนาการ ไม่สามารถแยกเรื่องจริงเรื่องสมมุติ หรือ ประยุกต์วิธีการจากเหตุการณ์หนึ่งไปยังอีกเหตุการณ์หนึ่งได้ เข้าใจสิ่งที่เป็ นนามธรรมได้ยาก เล่น สมมุติไม่เป็ น จัดระบบความคิด ลำดับความสำคัญก่อนหลัง คิดจินตนาการจากภาษาได้ยาก ทำ ให้เป็นอุปสรรคต่อการเรียน 17. มีความบกพร่องด้านสมาธิ มีความสนใจที่สั้น วอกแวกง่าย The National Autistic Society (2012)ออทิสติกเป็ นโรคที่เกี่ยวข้องกบพัฒนาการทางระบบ ั ประสาท โดยลักษณะที่สำคัญ คือ
    การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม บุคคลออทิสติก จะมีความยากล าบากในการทำความเข้าใจถึงอารมณ์ที่ผู้อื่นแสดงออกมา
    การสื่อสาร บุคคลออทิสติกมักจะไม่ใช้ภาษาพูดในการสื่อสาร
    การแสดงออกซึ่งพฤติกรรมซ้ำ ๆ บุคคลออทิสติกจะแสดงออกโดยการพูดซ้ำๆ หรือการแสดงพฤติกรรมซ ้า ๆ อยางเข้มงวดสรุปได้วา ลักษณะของเด็กออทิสติกที่พบนั้นมักแสดงออกซึ่งความบกพร่องทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านภาษา ด้านพฤติกรรม และสังคมที่ชัดเจน เช่น ใช้ภาษาพูดหรือท่าทางแปลกๆ ไม่เข้าใจใน ภาษาที่ใช้สื่อสาร พูดสลับตำแหน่งของประโยค ชอบเล่นมือ ชอบดมสิ่งของ ชอบกระโดดไปมา หรือหมุนตัว มีพฤติกรรมซ้ำๆ ความสนใจแคบ ทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่น หัวเราะร้องไห้อยางไม่มี เหตุผล ไม่มองสบตา ชอบแยกตัวอยูคนเดียว ไม่สนใจผู้อื่น เล่นกบผู้อื่นไม่่เป็น ขาดจินตนาการใน การเล่น เป็นต้น

เครดิตฟรี

ประเภทของเด็กออทิสติก ชาญวิทย์พรนภดล (อ้างใน เสาวภา สุขเฉลิมชัย, 2547, หน้า 11-12) ได้กล่าวถึง ประเภท และอธิบายความหมายของกลุ่มอาการออทิซึมตามการจ าแนกของ DSM IV ดังนี้

  1. Autistic Disorder ได้แบ่งผู้ป่ วยออทิซึมออกเป็ น 3 กลุ่ม ตามพฤติกรรมและ ความสามารถในการติดต่อสื่อสารกบผู้อื่น ั ดังนี้
    1.1 กลุ่มแยกตัว(aloof) คือกลุ่มผู้ป่ วยที่ชอบอยูคนเดียวไม ่ ่เข้าหาบุคคลอื่น ด้วยตัวเองก่อนไม่ต้องการเข้ากลุ่มหรือติดต่อกบผู้อื่่น
    1.2 กลุ่มอยูเฉย ่ (passive) คือกลุ่มผู้ป่วยที่มักจะไม่เข้าหาบุคคลอื่นด้วย ตัวเองก่อนแต่ไม่ปฏิเสธที่จะมีปฏิสัมพันธ์กบผู้อื่นเวลาผู้นั้นเข้ามาหาหรือชักชวน
    1.3 กลุ่มเข้าหาคนแต่ประหลาด (active but odd) คือผู้ป่ วยที่ดูตลกและ น่าสงสารในเวลาเดียวกนั ผู้ป่ วยกลุ่มนี้อยากมีเพื่อน และมักพยายามเข้าหาบุคคลอื่น แต่เนื่องจาก ทักษะความเข้าใจทางสังคม และความสามารถในการใช้ภาษาที่มีจำกดทำให้วิธีการที่ผู้ป่วยกลุ่่มนี้ ใช้เวลาเข้าหาผู้อื่นดูแปลกประหลาดในสายตาผู้อื่นถูกผู้อื่นล้อเลียนอยู่เสมอ ๆ เวลาคุยกบเพื่อน ั ผู้ป่วยก็มักจะพูดถึงแต่สิ่งที่ตนเองสนใจ PDD NOS และ Asperger’s disorder มักจะถูกจัดอยูในกลุ่่ม ที่ 2 และ 3 มากกวากลุ่มที่ 1

สล็อต xo

  1. Rett’s disorder การเจริญเติบโตของศีรษะเริ่มหยุดชะงักที่อายุ 5 เดือนถึง 4 ปี ท าให้ ศีรษะเติบโตช้าและเริ่มสูญเสียความสามารถในการใช้มือ ทักษะทางสังคมและการพูดเริ่มถดถอย
  2. Childhood Disintegrative Disorder (CDD) จะสูญเสียความสามารถทางภาษาทั้งการรับรู้ และการพูด ทักษะทางสังคม ความสามารถในการปรับตัว การเล่น ความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อความสามารถในการควบคุมระบบขับถ่าย
  3. Asperger’s Syndrome มีอาการออทิซึมทุกอยางยกเว้นว่ามีระดับเชาวน์ปัญญาพัฒนาการ ทางภาษาอยูในเกณฑ์ปกติในวัยเด็กจะมีอาการซนหุนหันพลันแล่น และขาดสมาธิ เมื่ออายุมากขึ้น จะมีความสนใจอยากมีเพื่อน แต่มักจะไม่เข้าใจสถานการณ์สังคมไม่รู้วาจะปฏิบัติกับผู้อื่นอย่างไร และไม่สามารถรักษาปฏิสัมพันธ์กบผู้อื่นไว้ได้
    [NPC5]5. PDDs NOS จะมีอาการรุนแรงน้อยกวาออทิซึม เริ่มเกิดอาการหลังอายุ 30 เดือน จะมี ระดับเชาวน์ปัญญาสูงกวา่ มีความสามารถใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารกบผู้อื่นดีกว่า และมีโอกาส เสี่ยงต่อการเกิดการชัก่ากวาผู้ป่วยออทิซึม