tripoweryoga

สงสัยออทิสซึม ไม่ต้องรอวินิจฉัย

สงสัยออทิสซึม ไม่ต้องรอวินิจฉัย

สงสัยออทิสซึม ไม่ต้องรอวินิจฉัย

slotxo

โรคออทิสติกเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสมองที่ทำให้เกิดอาการผิดปกติ 3 ด้านใหญ่ๆ ได้แก่ ด้านสังคม ด้านภาษา และเกิดพฤติกรรมซ้ำ ๆ โดยสามารถสังเกตพบได้ก่อนอายุ 3 ขวบ หากพบลักษณะที่น่าสงสัยควรเข้ารับการคัดกรองโรค เพื่อให้เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการที่บกพร่อง และปรับพฤติกรรมตั้งแต่อายุน้อยกว่า 1 ปีอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่หายขาดแต่เด็กจะมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ ดีขึ้น ช่วยเหลือตนเองได้ เข้าโรงเรียนได้ตามวัย

xoslot

พฤติกรรมที่น่าสงสัย…
ด้านสังคม (ไม่สบตา)
เช่น ไม่สนใจใคร ไม่สบตา ไม่หันตามเสียง เล่นกับเพื่อนไม่เป็น กลัวในสิ่งที่ไม่ควรกลัว
ด้านการสื่อสาร (ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว)
เช่น ไม่พูดตามเกณฑ์ เคยพูดได้แล้วหยุดพูด พูดเลียนแบบ พูดภาษาต่างดาว ไม่แสดงท่าทางบอกถึงความต้องการ (การชี้นิ้ว)
ด้านพฤติกรรม
เช่น มีการเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำ ๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวต่อสิ่งใหม่ ๆ ได้ยาก หมกมุ่นแต่เรื่องที่ตนเองสนใจ

  • ประเทศไทยในเด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบ พบเด็กออทิสติกหรือกลุ่มอาการออทิซึมสเปกตรัม 1 คนต่อเด็ก 161 คน โดยพบว่าเพศชายมากกว่าเพศหญิง
  • พี่น้องของเด็กกลุ่มอาการออทิซึมสเปกตรัม มีโอกาสเป็นโรคในกลุ่มนี้มากกว่าคนปกติทั่วไปถึงประมาณ 22 เท่า
  • เด็กออทิสติกแต่ละคนมีระดับความรุนแรงของโรคที่ไม่เท่ากัน
  • ลักษณะความผิดปกติของเด็กออทิสติกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ตามพัฒนาการของเด็ก และจะเห็นเด่นชัดขึ้นเมื่อเด็กออทิสติกมีอายุมากขึ้น
  • วิธีการรักษาที่เหมาะสม เช่น การส่งเสริมพัฒนาการที่บกพร่อง ปรับพฤติกรรม ฝึกทักษะทางสังคม ฝึกพูด การศึกษาพิเศษ
  • ถ้าคุณมองอีกด้าน ความพิเศษของเขา เขาจะไม่โกง ไม่โกหก ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แค่เพียงคุณเข้าใจ ส่งเสริมพวกเขาในทางที่ถูกต้อง ให้ได้ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ
    เริ่มสังเกตอาการบุตรหลานที่น่าสงสัยว่าเป็นกลุ่มอาการออทิซึมตั้งแต่อายุน้อยกว่า 1 ปี หากสงสัยว่าบุตรหลานมีอาการดังกล่าวข้างต้น สามารถขอคำปรึกษา และคัดกรองได้ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการเข้าสู่ระบบการดูแลช่วยเหลือจากกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ

เครดิตฟรี

ออทิสติก (Autism หรือ Autistic Disorder) มาจากคําวา “Auto” หรือ “Self” แปลวา
“ตัวเอง” ทางการแพทยถือวา ออทิสซึมเปนภาวะความผิดปกติทางพัฒนาการอยางรุนแรง (เพ็ญแข
ลิ่มศิลา. 2541: 19) ซึ่งสงผลตอพัฒนาการดานตางๆ ทั้งดานภาษา การสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธทาง
สังคมและพฤติกรรม ออทิสติกหรือออทิสซึม เปนความผิดที่พบไดตั้งแตวัยกอน 30 เดือน วงการ
แพทยรูจักโรคออทิสซึม (autism) เปนครั้งแรกในปพ.ศ. 2486 เมื่อลีโอ แคนเนอร (Leo Kanner)
แหงโรงพยาบาลจอหนฮอบกิบส (John Hopkins) ในสหรัฐอเมริกาไดรายงานผลการศึกษาเด็ก 11
คนวามีพฤติกรรมที่ไมเหมือนเด็กทั่วไป เชน ชอบอยูคนเดียว ชอบทําอะไรซ้ําๆ จากการวิจัยเชื่อกัน
วา มีความผิดปกติบางอยางที่ในสมองของเด็กกลุมนี้สวนอะไรที่เปนตัวการและเกิดปญหาอยู
ตําแหนงใดในสมองนั้น ยังอยูระหวางการศึกษาและการวิจัยอยูแตเทาที่มีการวิจัยออกมาพบสาเหตุ
ของโรคมีได 3 รูปแบบ สาเหตุแรกเกิดจากมีพยาธิสภาพที่ผิดปกติในสมองจึงเปนเหตุใหเกิดอาการ
เฉพาะออกมาซึ่งจะพบอาการออทิสติกรวมกับเด็กที่มีเนื้อสมองอับเสบในวัยทารก ในเด็กที่เกิดจาก
แมที่เปนหัดเยอรมันขณะตั้งครรภหรือในเด็กที่ขาดอากาศขณะคลอดเมื่อสารซีโรโทนินสูงกวาเด็ก
คนอื่น บางรายอาจพบความผิดปกติชัดเจนจากการตรวจเอกซเรยพิเศษ ที่ระบบประสาท สาเหตุ
ตอมา คือ ไมมีพยาธิที่ชัดเจน แตมีผลกระทบตอการทํางานของสมองโดยผานทางสารเคมีที่มีระดับ
ผิดปกติสาเหตุสุดทายเกิดจากกรรมพันธุซึ่งภาวะอาการออทิสติก เกิดไดกับเด็กทุกเชื้อชาติ ทุก
ศาสนา ทุกวัฒนธรรม และทุกสภาพครอบครัว (Pierangelo. 2003: 91; อุมาพร ตรังคสมบัติ. 2545:
12 – 16)โดยจะมีความบกพรอง คือ ภาษา ดานการเลน ดานความสัมพันธบุคคลรอบขาง มีความ
ผิดปกติทางพฤติกรรมหรือมีความลาชาในดานพัฒนาการการทางสังคม การสื่อสารความหมาย การ
พูด การใชภาษา จินตนาการ และมีพฤติกรรมซ้ําๆ
ลักษณะของเด็กออทิสติกมี 3 ด้าน คือ
1)ดานพัฒนาการทาง
ภาษาชา มีความบกพรองการสื่อสารซึ่งเปนความบกพรองทั้งดานการใชภาษา ความเขาใจภาษา
การสื่อสาร ความหมาย การใชภาษา เด็กจะมีความลาชาทางภาษาและการพูดในหลายระดับ ตั้งแต
ไมสามารถพูดสื่อความหมายไดเลย หรือพูดไดบางแตไมสามารถสนทนาโตตอบกับผูอื่นไดอยาง
เขาใจและเหมาะสม บางคนจะมีลักษณะการพูดแบบเสียงสะทอน หรือพูดเลียนแบบทวนคําพูด หรือ
พูดซ้ําแตในเรื่องที่ตนเองสนใจ การใชภาษาพูดมักจะสลับสรรพนาม ระดับเสียงที่พูดอาจจะมีความ
ผิดปกติบางคนพูดอาจจะมีความผิดปกติบางคนพูดในระดับเสียงเดียว
2) ดานพัฒนาการทางสังคม
ชามีความบกพรองดานปฏิสัมพันธสังคม เด็กมีความบกพรองในการมีปฏิสัมพันธระหวางบุคคลกับ
สิ่งแวดลอม เชน ไมสบสายตา ไมมีการแสดงออกทางสีหนากิริยาทาทาง จึงไมสามารถผูกสัมพันธ
กับใคร เลนกับเพื่อนไมเปน ไมสนใจที่จะทํางานกับใคร มักจะอยูในโลกของตนเอง
3)ดานพฤติกรรม
ผิดปกติคือพฤติกรรมซ้ําๆ และเปลี่ยนแปลงไดยาก มีลักษณะทางพฤติกรรมและอารมณที่บกพรอง
เด็กออทิสติกจะมีพฤติกรรมซ้ําๆ ผิดปกติเชน เลนมือ โบกมือไปมา หรือหมุนตัวไปรอบๆ กระทืบ
เทา โยกตัว ยึดติดไมยอมเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจําวัน มีความสนใจแคบ หมกมุนติดสิ่งของ
บางอยาง เด็กบางคนแสดงออกทางอารมณไมเหมาะสมกับวัย บางครั้งรองไหหรือหัวเราะโดยไมมี
เหตุผล บางคนมีปญหาดานการปรับตัวเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมตางๆ จะอาละวาดหรือ
แสดงพฤติกรรมกาวราว เชนรองไหดิ้น

สล็อต xo

นอกจากพฤติกรรมที่กลาวมาแลว ยังมีพฤติกรรมหนึ่งซึ่งเปนพฤติกรรมการเคลื่อนไหว
การกระทําซ้ําๆ การมีทาทางแปลกๆ ที่เรียกพฤติกรรมซ้ําๆ แปลกๆ (Stereotyped behavior)
เกิดขึ้นไดหลายลักษณะ ไดแก การโยกตัว (Body rocking) การสะบัดมือ (Hand flapping) การเอา
มือหรือสิ่งของเขาปาก (Mouthing) การทําทาทางตางๆ (Body posturing) เมื่อใดก็ตามที่บุคคลที่
กระทําพฤติกรรมนี้ไมสามารถตอบสนองตอสิ่งเราทางสิ่งแวดลอมไดอยางเหมาะสมหรือถูกเวลา ทํา
ใหขาดโอกาสในการเรียนรูพฤติกรรมที่เหมาะสม จะถูกจัดวาเปนพฤติกรรมซ้ําๆ แปลกๆ
นอกจากนี้พฤติกรรมซ้ําๆแปลกๆยังมีความสัมพันธผกผันกับระดับการทํางานของบุคคลนั้น (JLMR.
1988: 38) เพ็ญแข ลิ่มสิลา (2540: 55-57) กลาวถึงการกระทําซ้ําๆ ที่พบในเด็กออทิสติกวามีได
หลายลักษณะอาจเปนการกระทําที่เห็นไดงายหรือแบบซับซอน การกระทําแบบซ้ําๆ ที่เห็นได
งายดายและไมซับซอน เชน การกระดิกนิ้วมือไปมา ถือสิ่งของและโบกไปมา หมุนสิ่งของ เชน เอา
รถของเลนมาแลวหมุนแตลอรถเลน ชอบจับจองมองสิ่งของที่กําลังหมุน เชน พัดลมที่กําลังหมุน
ชอบสํารวจตรวจตราขณะเดิน เชน ชอบเดินดูเสนที่ขีดไวตามพื้น ชอบใชมือลูบเนื้อผาบางอยาง เชน
ผาแพร ชอบโยกตัวไปมา กระโดดขึ้นกระโดดลง แกะเกาตามตัว โขกศีรษะหรือทํารายตนเอง และ
การกระทําซ้ําๆ ที่ซับซอนในชีวิตประจําวัน เชน เด็กออทิสติกชอบเดินตามเสนทางเดิม ตองเขา
นอนตรงเวลา ถาทําไมเหมือนเดิมจะมีพฤติกรรมแสดงออกวาไมสบายใจ
[NPC5]การมีพฤติกรรมซ้ําๆ ของเด็กออทิสติกสงผลตอการเรียนรูของนักเรียนออทิสติก ในเรื่อง
ตอไปนี้1) ทักษะกลามเนื้อมัดใหญ/เล็ก เนื่องมาจากเกิดพฤติกรรมซ้ําๆ สงผลถึงประสาทประมวลรับ
ความรูสึกในการแปลผล ในชวงเวลาการฝกทักษะกลามเนื้อมัดใหญ/เล็กทําใหไมรูจังหวะ เคลื่อนที่
การไหว ไมมีสมาธิในการฝกทักษะกลามเนื้อมัดใหญ/เล็ก(Kimball. 1999: 149,160-161) 2) ทักษะ
ทางวิชาการ การที่มีพฤติกรรมซ้ําๆ นี้จะสงผลถึงการเรียนรูในหองเรียน ในชวงเวลาในการสอนของ
ครูตองมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอมในหองเรียน ตัวอยางเชนในวิชาพลศึกษา นักเรียนตองไป
เรียนที่สนามกีฬา แตนักเรียนออทิสติกจะไมยอมใหความรวมมือ ซึ่งเปนอุปสรรคในการจัดการเรียน
การสอน นอกจากนี้พฤติกรรม เชนการกระทืบเทาจะไปรบกวนเพื่อนในหองเรียน ทําใหเพื่อนไมมี
สมาธิในการทํากิจกรรมการเรียนการสอนในชั่วโมง