tripoweryoga

อัจฉริยะ อีกด้านของออทิสติกที่จะทำให้เก่งเฉพาะด้านไปเลย

อัจฉริยะ อีกด้านของออทิสติกที่จะทำให้เก่งเฉพาะด้านไปเลย

อัจฉริยะ อีกด้านของออทิสติกที่จะทำให้เก่งเฉพาะด้านไปเลย

slotxo

จากที่เราได้รู้จักเกี่ยวกับโรคออทิสติกมาแล้ว หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่า หากรักษาอาการของลูกไม่หาย เด็กจะสามารถอยู่ในสังคมเหมือนกับคนอื่นๆ ได้ไหม หากเป็นการเข้าสังคมทั่วๆ ไปเด็กออทิสติกอาจจะดูแตกต่างเพราะความสนใจ ความตั้งใจในเรื่องนั้นๆ เป็นพิเศษ หรือหมกมุ่นกับสิ่งที่สนใจเป็นอย่างมาก สิ่งนั้นแหละจะก่อให้เกิดความมหัศจรรย์อย่างคาดไม่ถึง นั่นคือ เด็กอัจฉริยะที่เป็นออทิสติก กับ เด็กออทิสติกที่เป็นอัจฉริยะ นั่นเอง

xoslot

ออทิสติก สามารถเป็นอัจฉริยะได้
พ่อแม่หลายคน พอรู้ว่า ลูกของเรานั้นเป็นออทิสติกหลายคนอาจจะจิตตก เครียด และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ข้อปลอบใจอย่างหนึ่งที่เราอยากจะบอกก็คือ การเป็นออทิสติกนั้นบางคนอาจจะเป็นคนที่มีความสามารถแฝงระดับอัจฉริยะอยู่ด้วย เนื่องจากธรรมชาติจะสร้างความสมดุลย์ให้กับทุกคนเสมอ จากสถิติบอกว่า เด็กออทิสติกประมาณ 10% มีความอัจฉริยะแฝงอยู่ ซึ่งความอัจฉริยะนี้อาจจะเป็นความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ หรือแขนงศิลปศาสตร์ เช่น ดนตรี ศิลปะ ก็มีให้เห็นได้เหมือนกัน ดังนั้นพ่อแม่ที่มีลูกเป็นออทิสติกนอกจากจะผลักดันส่งเสริมให้สามารถเข้าสังคมได้ด้วยตัวเองแล้ว การส่งเสริมมองหาความเป็นอัจฉริยะของเค้าก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน
บุคคลออทิสติกที่เป็นอัจฉริยะ
เพื่อเป็นการยืนยันถึงเรื่อง เด็กออทิสติกอัจฉริยะ เราขอยกตัวอย่างบุคคลผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์มาเล่าให้ฟังกัน คนแรกเป็น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ เราคงเคยได้อ่านความเป็นอัจฉริยะของเค้ามามากมาย แต่รู้ไหมว่า ตอนเด็กกว่าเค้าจะพูดได้ก็ตอน 3 ขวบ การอ่านหนังสือ เขียนหนังสือก็ไม่คล่อง บุคลิกภาพก็ดูสับสนไม่เข้าใจตนเอง รวมถึงความผิดปกติต่างๆ ซึ่งสื่อได้ว่าเค้าเองก็มีความเป็นออทิสติกเหมือนกัน
คนต่อมาเป็นอัจฉริยะฝั่งเอเชียชื่อว่า คิม พีค คนนี้หากมองภายนอก บอกได้เลยว่าเค้าต้องไม่ปกติแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น รูปร่างตัวอ้วน ท่าทางเอ๋อ เหมือนสติไม่เต็มแบบเด็กออทิสติก แต่เชื่อไหมว่าความอัจฉริยะของเค้านั่นคือ ความจำระดับสุดยอด เค้าสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ได้
อัจฉริยะด้านดนตรีก็มีเหมือนกัน เช่น โทนี่ เดอบลอยส์ คนนี้ถือว่าพิเศษแบบสุด ลองนึกภาพตามว่าเราเกิดมาตาบอด แค่ช่วยตัวเองก็ยากแล้ว แต่โทนี่ทำได้มากกว่านั้น เค้าสามารถฟังดนตรีจากทีวี แล้วสามารถเล่นตามได้เลยแบบไม่ต้องฝึกฝนอะไรมาก เท่านั้นไม่พอ เค้ายังเข้าใจทฤษฏีของดนตรี คอร์ดเพลง คีย์เพลง ได้ด้วยตัวเองตามสัญชาติญาณ นี่คือตัวอย่างของเหล่าอัจฉริยะที่อาจจะบอกว่ามันคืออีกด้านของออทิสติกก็ว่าได้

เครดิตฟรี

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่รักษาโรคออทิสติกให้หายขาดได้ ซึ่งโรคนี้มาจากความผิดปกติทางสมอง แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความหวัง เด็กออทิสติกสามารถดีขึ้นได้ถ้าได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสม เป้าหมายหลังจบการแก้ไข คือ กระตุ้น-ฟื้นฟูพัฒนาการในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้น จนใกล้เคียงกับเด็กปกติมากที่สุด
‘ออทิสติก’ มีอาการหลายอย่างส่วนความรุนแรงก็แตกต่างกันไป เช่น พูดไม่ได้เลยหรือพูดมากไม่หยุด , มีภาวะปัญญาอ่อนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จวบไปจนถึงเรียนเก่งจนจบปริญญาเอกได้เลย ทางการแพทย์ได้แบ่งอาการของโรคนี้เป็น 3 ระดับ ได้แก่…
รุนแรงน้อย มีสติปัญญาดี ภาษาดีพอใช้ เรียนร่วมกับเด็กปกติได้ บางคนเรียนได้ถึงปริญญาเอก
รุนแรงปานกลาง มีพัฒนาทางสังคมกับภาษาที่จำกัด ช่วยตัวเองได้ดีพอใช้
รุนแรงมาก มีภาวะปัญญาอ่อนร่วม ภาษาและสังคมพัฒนาไม่ค่อยพัฒนา ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลไปตลอดชีวิต
การวินิจฉัยและการรักษาควรเริ่มตั้งแต่ยังเล็ก และรักษาอย่างต่อเนื่อง ถึงจะทำให้ผลรักษาออกมาดี โดยวิธีรักษาที่เหมาะสม ได้แก่ ‘บูรณาการ’ การรักษาไปตามความจำเป็นของเด็กแต่ละคน
ส่งเสริมความสามารถเด็กออทิสติก
แนวทางการรักษาในปัจจุบันส่วนมาก จะให้ความสนใจไปยังการแก้ไขความบกพร่อง ผสมผสานกับความสามารถส่วนตัวของเด็ก เพราะพบว่าเด็กออทิสติกบางคนมีความสามารถพิเศษในด้านในด้านหนึ่งด้วย โดยความสามารถนี้จะทำให้ได้รับความยอมรับจากสังคมง่ายขึ้น เป็นการเปิดโอกาสทำให้เขาได้เรียนรู้และพัฒนาเพิ่มขึ้น บนแนวคิด แก้ไขเพื่อดึงความสามารถให้เต็มที่ , เต็มศักยภาพ ไม่ใช่ลดความผิดปกติเท่านั้น ต่อมาเมื่อเด็กได้รับการยอมรับจากสังคมแล้ว โอกาสในการพัฒนาทักษะทางด้านสังคมก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะพวกเขาไม่ต้องปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว แต่สังคมก็พยายามปรับตัวด้วยเช่นกัน
โดยความสามารถในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นมีความพิเศษเสมอไป แต่มันคือสิ่งที่เด็กทำได้ เช่น ส่งเสียงอะไรได้บ้าง , พูดอะไรได้บ้าง , เล่นอะไรเป็นบ้าง , ช่วยเหลือตัวเองเรื่องอะไรได้บ้าง เป็นต้น แล้วก็ขยายทักษะนี้ให้ดีขึ้น โดยการเปิดโอกาสให้เด็กทำบ่อยๆ แล้วสอนเพิ่มเติมในเรื่องที่เด็กทำได้ ก็จะทำให้การเรียนรู้ง่ายขึ้น
ด้วยการเสริมสร้างโอกาสให้เด็กได้เล่นของเล่นอย่างหลากหลาย รวมทั้งได้ลองทำกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น ดนตรี , กีฬา งานศิลปะประเภทต่างๆ , ช่วยงานของพ่อ-แม่ ก็จะทำให้เด็กมีโอกาสแสดงความสามารถให้เห็นเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ‘ครอบครัว’ มีบทบาทสำคัญที่สุดในการส่งเสริมพัฒนา รวมถึงปรับพฤติกรรมของเด็กออทิสติก ให้เขาพัฒนา และอยู่ร่วมกับสังคมนี้ได้อย่างมีความสุข

สล็อต xo

Asperger’s Syndrome อาจเป็นโรคที่ คนไทยไม่ค่อยคุ้นเคย หรือได้ยินชื่อกัน มากสักเท่าไหร่นัก โดยมันเป็นโรคที่ ระบบประสาทผิดปกติ จัดอยู่ในกลุ่ม Autistic โดยโรคนี้ได้รับการรายงานออกมาอย่างเป็นทางการครั้งแรก ปี ค.ศ. 1940 โดยฝีมือของคุณหมอ Hans Asperger กุมารแพทย์ชาวออสเตรีย คุณหมอพบว่า คนไข้ของเขาส่วนใหญ่ ที่เป็นเด็กผู้ชาย มักมีความเฉลียวฉลาด และสติปัญญา อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่กลับมี ปัญหาเรื่องการเข้าสังคม อีกทั้งยังมี พฤติกรรมหมกมุ่น ชอบทำอะไรซ้ำไปซ้ำมา ไม่รู้ว่าจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างไร ทั้งๆที่เขาพูดคุยสื่อสาร กับคนทั่วไปได้อย่างปกติ
ข้อมูลน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ปี 2005 สถาบันวิจัยของ University of Cambridge เคยรายงานว่า “Albert Einstein” และ “Sir Isaac Newton” 2 นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก อาจป่วยเป็น Asperger’s Syndrome นี้ด้วย เนื่องจากอัจฉริยะทั้ง 2 คนนี้ มีพฤติกรรมหลายอย่างตรงกับอาการนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนเก็บตัว ไม่ชอบสุงสิงกับผู้อื่น และพูดคุยกับคนอื่นไม่ค่อยรู้เรื่อง
ปัจจุบันพบอัตราผู้ป่วยโรค Asperger’s Syndrome รวมกับ Autistic รวมทั้งโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางประสาทอื่น ๆ ทั่วโลกประมาณ 1:1,000 ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น คนไทยเราจึงจำเป็นต้องมีความรู้ และศึกษาข้อมูลในเรื่องนี้ไว้บ้าง
Asperger’s Syndrome เกิดจากการทำงานของสมองผิดปกติ แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่าสาเหตุอะไร ถึงแม้จะมีงานวิจัยออกมาหลายชิ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดความบกพร่องของสารพันธุกรรม แต่ก็ยังบอกไม่ได้อีกว่าเกิดจากการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นซึ่งสะสมความผิดปกติ จนมาแสดงออกในรุ่นหนึ่ง หรือเป็นการกลายพันธุ์ของยีนกันแน่
อาการของ Asperger’s Syndrome
ภาษา มีการพูดตามเกณฑ์ปกติ แต่ไม่อาจเข้าใจในเนื้อหาลึกซึ้งได้ เช่น มุกตลก , คำเปรียบเปรย , คำประชดประชันต่าง เป็นต้น
สังคม มีการแสดงออกที่แปลกกว่าเด็กวัยเดียวกัน เช่น ไม่ชอบมองหน้าเวลาพูดคุย ชอบอยู่คนเดียว ไม่ค่อยสนใจบุคคลรอบข้าง เมื่ออยากถามอะไร ก็จะพูดโพล่งออกมาทันที และไม่ค่อยรู้จักกาลเทศะ
พฤติกรรม ชอบทำอะไรซ้ำๆหมกมุ่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น แผนที่โลก , สายรถเมล์ , วงจรไฟฟ้า , ยี่ห้อรถยนต์ ,ไดโนเสาร์ เป็นต้น โดยความสนใจอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลา
[NPC5]โดยทั่วไปแล้วเด็กพวกนี้มักมีสติปัญญาดี สามารถช่วยเหลือตนเองในเรื่องต่างๆ ที่ต้องทำในชีวิตประจำวันได้ แต่สำหรับบางคนอาจมีปัญหาเรื่องไม่มีสมาธิจดจ่อ กับอะไรนานๆ ได้ แต่โดยรวมพวกเขามีระดับสติปัญญาปกติ หรืออาจดีกว่าปกติด้วยซ้ำ สำหรับเด็กที่เป็นโรคนี้ ถ้าได้รับการดูแลเหมาะสม เด็กจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมตามปกติได้