tripoweryoga

แนวทางการช่วยเหลือเด็กออทิสติก

แนวทางการช่วยเหลือเด็กออทิสติก

แนวทางการช่วยเหลือเด็กออทิสติก

slotxo

ัจจุบันมีแนวทางการช่วยเหลือหลัก 3 แนวทาง ที่ทำให้เด็กออทิสติก มีพัฒนาการที่ก้าวหน้าคือ 1) การ ส่งเสริมพัฒนาการโดยสหวิชาชีพ2)การบำบัดทางเลือก และ 3) การใช้ยาในกรณีที่มีอาการไม่พึงประสงค์ดังนี้

xoslot

1การบำบัดทางกายภาพด้านการแพทย์ โดยสหวิชาชีพ มาจากสมมติฐานที่เชื่อว่า เด็กโรค ออทิซึมสเปคตรัม มีความผิดปกติของระบบประสาท ส่วนกลางระดับโครงสร้างและระดับเซลล์กับความ ผิดปกติที่ระบบประสาทการรับรู้จึงจำเป็นต้องมีการ ช่วยเหลือในการกระตุ้นพัฒนาการ การปรับพฤติกรรม การบำบัดทางเลือกต่างๆ ดังนี้
1.1 การกระตุ้นพัฒนาการ เป็นการ ช่วยเหลือที่มีความสำคัญมากในเด็กโรคออทิซึม สเปคตรัม เนื่องจากมีการศึกษาว่า การกระตุ้นพัฒนา การยิ่งกระตุ้นเร็ว และกระตุ้นอย่างเต็มที่ภายใน 5 ปีแรก จะช่วยให้เด็กออทิสติก มีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ สิ่งที่ สำคัญที่ทำให้เด็กมีการกระตุ้นพัฒนาการได้อย่าง รวดเร็ว คือ การรู้พัฒนาของเด็กตามแต่ละช่วงวัย และ การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการกระตุ้นพัฒนาการ และพฤติกรรมของเด็กออทิสติก การกระตุ้นพัฒนา การมีหลายวิธีได้แก่
1) การกระตุ้นผ่านระบบประสาท รับความรู้สึก (sensory integration therapy) เพื่อ ประมวลการทำงานของสมองผ่านระบบรับสัมผัส การ เคลื่อนไหวผ่านเอ็นข้อต่อ และการทรงตัวของร่างกาย
2) กิจกรรมบำบัด (activitytherapy)เป็นการประยุกต์ กิจวัตรประจำวันมาใช้ในการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่และการประสานการทำงานของกล้ามเนื้อ
3) การฝึกพูด (speech therapy) โดยการสอนให้เด็ก รู้จักภาษา รู้จักวิธีการสื่อสารกับผู้อื่น มีการเปล่งเสียงที่ ถูกต้อง ในเด็กที่ยังมีความบกพร่องของภาษาอาจใช้ ภาพในการสื่อสาร (picture exchange communication systems:PECS) กรณีที่เด็กสื่อสารได้การฝึกทำได้โดย พยายามพูดกับเด็กเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กกำลังสนใจหรือมอง ขณะที่ทำกิจกรรมอะไร ควรพูดให้เด็กฟังเพื่อให้เด็ก เรียนรู้คำศัพท์ และเนื้อหาของคำศัพท์ซึ่งจะเป็นการ เก็บสะสมคำศัพท์ในสมอง สอนให้เด็กเข้าใจสิ่งที่เป็น รูปธรรม จดจำง่าย
1.2การปรับพฤติกรรมมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสมให้คงอยู่ต่อเนื่อง หยุดพฤติกรรมที่เป็นปัญหาเช่น โขกศีรษะหรือก้าวร้าว และสร้างพฤติกรรมใหม่ที่ต้องการ เทคนิคที่ใช้ได้ผลดี คือการให้แรงเสริมเมื่อมีพฤติกรรมที่ต้องการแรงเสริม มีทั้งสิ่งที่จับต้องได้เช่น ขนม ของเล่น สติกเกอร์ และ สิ่งที่จับต้องไม่ได้เช่น คำชมเชย ตบมือ ยิ้มให้กอด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเทคนิคอื่นๆ ได้แก่ การเบี่ยงเบนโดยการจูงใจให้เด็กสนใจหรือทำในสิ่งอื่นแทน การขวางพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ การเข้าคุม สถานการณ์ขณะที่เด็กกำลังอารมณ์เสียการเมินเฉยเมื่อ เด็กมีการร้องไห้หรือร้องดิ้น และการออกคำสั่ง ทั้งนี้ ในขณะที่ปรับพฤติกรรมต้องสื่อสารกระชับเข้าใจง่าย และไม่ควรพูดว่าเด็ก หรือสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อเด็ก เช่น ไม่รัก ไม่สนใจ เป็นเด็กดื้อ เป็นต้น

เครดิตฟรี

2การใช้วิธีทางเลือก ปัจจุบันมีวิธี การกระตุ้นพัฒนาการด้วยวิธีทางเลือกที่หลากหลาย เช่นการใช้เครื่องเอชอีจี(hemoencephalogram:HEG) เครื่องความดันน้ำ (hyperbaric oxygen therapy: HBOT) การบำบัดด้วยสัตว์(animal therapy)เช่น การ ใช้ม้า การใช้ดนตรีบำบัด (music therapy) ศิลปกรรม บำบัด (art therapy) การสื่อความหมายทดแทน (augmentativeandalternativecommunication:AAC) การส่งเสริมพัฒนาการแบบองค์รวมผ่านการเล่น (floor time) และโภชนบำบัดซึ่งวิธีการนี้อาจมีความเหมาะสม กับสภาพปัญหา และผลการตอบสนองที่ได้รับของเด็ก แต่ละราย

สล็อต xo

การใช้ยา เป็นการช่วยเหลือที่มุ่งลดอาการ ที่ไม่พึงประสงค์ในเด็กออทิสติก เช่น อาการก้าวร้าว หมกหมุ ่น พฤติกรรมอยู ่ไม ่นิ่ง ไม ่มีสมาธิหุนหัน พลันแล่น เป็นต้น ซึ่งการช่วยเหลือด้วยยาไม่ได้ทำให้ เด็กหายขาดจากโรคออทิซึมสเปคตรัม แต่การใช้ยาจะ เข้าไปช่วยระบบประสาทส่วนกลางมีการทำงานที่ปกติ จากสมมติฐานที่เชื่อว่า เด็กออทิสติก ที่มีความผิดปกติ ของระบบประสาทส่วนกลางที่ระดับโมเลกุลหรือสารสื่อ ประสาททำให้มี ความผิดปกติต่างๆ เช่นการนอนลมชัก มีการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว อยู่ไม่นิ่ง หุนหลันพลันแล่น ไม่มีสมาธิเป็นต้น ซึ่งในรายที่เด็กออทิสติก มีการตอบ สนองด้วยยาในทางที่ดีขึ้นโดยมีอาการไม่พึงประสงค์ลด ลงแล้ว แพทย์อาจจะพิจารณาค่อยๆ ลดปริมาณยาลง หรือหยุดยา
สิ่งสำคัญที่ต้องให้คำแนะนำ แก่ผู้ปกครองเมื่อเด็ก ออทิสติกได้รับยา อันดับแรกคือ การประเมินทัศนคติ ของผู้ปกครองเมื่อเด็กต้องรับประทานยา เนื่องจาก ผู้ปกครองจะมีความกังวลเกี่ยวกับการรับประทานยา ของเด็ก ดังนั้นการให้ความรู้เกี่ยวกับ การรับประทานยา ความสำคัญในการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง การ สังเกตอาการข้าง เคียงจากการรับประทานยา และการ แก้ไขเมื่อมีอาการข้างเคียง จะช่วยลดความวิตกกังวล ได้เมื่อผู้ปกครองได้รับข้อมูลข้างต้น
[NPC5]การเสริมสร้างพลังขอ งครอบครัวเด็กออทิสติก การรักษาเด็กออทิสติก ปัจจุบันมีแนวทาง การ รักษาที่ชัดเจนขึ้น แต่อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญ คือ การ มีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบำบัด อย่างต่อเนื่อง และเป็นไปในทิศทางเดียว กับการช่วยเหลือทั้งจาก บุคลากรการแพทย์และโรงเรียนเพราะครอบครัวมี บทบาทสำคัญที่สุด ในกระบวนการดูแลช่วยเหลือเด็ก ออทิสติก ในการเสริมสร้างพลัง ของครอบครัวจาก ประสบการณ์การมีลูกโรคออทิซึมสเปคตรัม บุคลากร ทางการแพทย์อาจเริ่มจากการให้คำปรึกษาผู้ปกครอง เพื่อลดความรู้สึกผิด สับสน และการโทษตนเองของ ผู้ปกครองว่าเกิดจากการเลี้ยงลูกไม่ดีหรือจากสาเหตุ อื่นๆ รวมถึงการเสริมสร้าง ให้ผู้ปกครองมีพลังและมี ความพร้อมพอที่จะ ลุกขึ้นมาดูแลลูกต่อไปได้เพราะใน ระยะแรกที่ผู้ปกครองโดยเฉพาะ มารดาเมื่อทราบการ วินิจฉัยว่า เด็กมีอาการเข้าได้กับโรคออทิซึมสเปคตรัม ผู้ปกครอง จะรู้สึกว่าตนเอง สูญเสียบุตร และยากที่จะ ยอมรับการวินิจฉัย และเมื่อผู้ปกครองเด็กออทิสติก เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนยอมรับ ว่าบุตรมีอาการของโรคออทิซึม สเปคตรัม เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องให้ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับโรคโรคออทิซึมสเปคตรัม ว่าเกิดจาก ความผิดปกติของสมองไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงลูก หรือ การใช้สื่อในการเลี้ยงดูเด็กรวมถึงการ ให้ความรู้เกี่ยวกับ การดำเนินชีวิตประจำวัน การศึกษา และการใช้ชีวิตใน สังคม เพื่อให้ครอบครัวสามารถช่วยเหลือบุตรได้อย่างต่อเนื่องและจะทำให้การช่วยเหลือ เด็กออทิสติกเป็นไป ในทิศทางที่ถูกต้องเช ่นเดียวกับการศึกษาที่พบว ่า ผู้ปกครองที่มีความรู้เกี่ยวกับ โรคออทิซึมสเปคตรัม อยู่ในระดับสูงจะมีความเครียดในระดับต่ำ และระบุ ว ่าควรมีการเผยแพร ่ความรู้ เกี่ยวกับโรคออทิซึม สเปคตรัม ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อทำให้ผู้ปกครอง ตระหนักถึงภาวะโรคออทิซึมสเปคตรัม หรือสังเกต ความผิดปกติในพัฒนาการของเด็กได้อย่างถูกต้องนำ ไปสู่การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์และการบำบัดรักษาเพื่อ ช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับการ ศึกษาในต่างประเทศที่พบว่า การฝึกอบรมผู้ปกครอง เด็กออทิสติกช่วยให้ผู้ปกครองเป็นการเพิ่มสมรรถนะ ในการดูแลเด็ก จากการมีเทคนิคใน การปรับพฤติกรรม เด็ก เพิ่มปฏิสัมพันธ์เชิงบวกในครอบครัว และลด ความเครียดของผู้ปกครอง