tripoweryoga

โรคออทิซึม(AUTISM)

โรคออทิซึม(AUTISM)

โรคออทิซึม(AUTISM)

slotxo

เด็กออทิสติกคือใคร คือเด็กที่มีความผิดปกติทางพัฒนาการด้านสังคม ภาษา และการสื่อความหมาย พฤติกรรมอารมณ์ และจินตนาการ ซึ่งมีสาเหตุเนื่องมาจากการทำงานในหน้าที่บางส่วนของสมองผิดปกติไป และความผิดปกตินี้จะพบได้ ก่อนวัย 30 เดือน ออทิสติกเกิดขึ้นได้อย่างไร

xoslot

ยังไม่มีผู้ใดสามารถสรุปได้ว่า อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำ ให้เด็กเป็นออทิสติก แม้ว่าจากการวิจัยใหม่ๆ จะพบว่ามีความผิดปกติของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบ ประสาทส่วนกลาง ซึ่งมีปัจจัยเกี่ยวข้องกับเรื่อง ไวรัส กรรมพันธุ์ และการเปลี่ยนแปลงของ สารเคมีในร่างกายด้วย จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นออทิสติก การจะสังเกตว่าลูกเป็นเด็กออทิสติกหรือไม่นั้น ทำได้ตั้งแต่เขายังเล็กๆ โดยสังเกตตามขั้นตอนของการพัฒนาการที่เด็กควรจะเป็น ดังนี้ พฤติกรรมที่บ่งชี้ว่า เด็กอาจเป็นออทิสติก ในขวบปีแรก เช่น

  1. เด็กดูดนมได้ไม่ดี
  2. เงียบเฉย
  3. ไม่สนใจให้ใครกอดรัด
  4. ไม่แสดงท่าทางหรือส่งเสียงเรียก
  5. ไม่สนใจใคร แต่บางรายอาจติดคนมากจนผิดปกติ
  6. เด็กไม่สบตา
  7. ไม่แสดงท่าทางหรือส่งเสียงเรียก
  8. ไม่สนใจที่จะให้ใครอุ้ม
  9. ไม่ตอบสนองทางด้านอารมณ์
  10. ไม่ลอกเลียนแบบ
  11. ไม่ส่งเสียงไม่อ้อแอ้
  12. ชี้นิ้วไม่เป็น
  13. เรียกให้คนอื่นเล่นด้วยไม่เป็น
  14. ท่าทางเฉยเมยไร้อารมณ์เมื่อถูกชักชวนให้เล่น
  15. ไม่แสดงอาการดีใจให้เห็นหรือทักทายคนที่เด็กชอบ หรือหากแสดงออกก็มากเกินไป
  16. ผูกพันกับสิ่งของอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆ เล่นติดเชือกฟาง ใบไม้ ผ้าอ้อม ถ้าดึงออกจะกรีดร้องอยู่นาน
  17. ความรู้สึกของคนเลี้ยงดูว่าเด็กต่างจากคนอื่น หมายถึงผู้เลี้ยงสังเกตได้ว่าเด็กไม่เหมือนคนอื่น

เครดิตฟรี

นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมอื่นๆ ที่บ่งชี้ว่า เด็กที่อายุเกิน 1 ขวบ ขึ้นไป อาจเป็นออทิสติกได้คือ

  1. ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม และบุคคล ชอบแยกตัวเล่น กับคนอื่นไม่เป็น เช่น เข้ามาในห้องก็ไม่สนใจว่ามีใครอยู่ วิ่งเล่นกับสิ่งของ ไม่กลัวใครหรือถ้ากลัวก็กลัวมากเกินไป
  2. เด็กไม่สามารถชี้นิ้วบอกถึงความต้องการ
  3. เด็กเล่นสมมุติไม่เป็น เช่น เล่นตุ๊กตา หรือไม่เข้าใจว่าควรจะจับตุ๊กตาในลักษณะใด
  4. ไม่สามารถแสดงความสนใจร่วมกับบุคคลอื่นได้ เมื่อมีกิจกรรมกลุ่ม เด็กจะไม่สนใจ
    หากสังเกตพบว่าลูกมีพฤติกรรมข้างต้นเกิน 2 ข้อ พ่อแม่ควรปรึกษาแพทย์ทันที การช่วยเหลือเด็กออทิสติก การรักษาเด็กที่เป็นออทิสติก เป็นการผสมผสานวิธีการต่าง ๆ ร่วมกันไป เช่น
    การกระตุ้นพัฒนาการที่หยุดยั้งในทุกๆ ด้านเป็นรายบุคคล
    การฝึกพูด
    พฤติกรรมบำบัด
    การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการเรียนรู้
    ฝึกการเคลื่อนไหวร่างกาย
    ดนตรีบำบัด
    การทำกิจกรรมกลุ่ม
    การฝึกกิจวัตรประจำวัน
    การเรียนในชั้นการศึกษาพิเศษ
    การเรียนร่วมกับเด็กปกติ
    การรักษาโดยการใช้ยา
    ไม่มียาที่ใช้รักษาเด็กออทิสติกให้หายได้ จึงเป็นการใช้ยาตามอาการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการลดพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ เช่น อาการอยู่ไม่นิ่ง ไม่มีสมาธิอารมณ์หุนหันพลันแล่น พฤติกรรมก้าวร้าว พฤติกรรมทำร้ายตัวเอง การกระทำซ้ำซากเพื่อจะฝึกสอน เด็กให้มีพัฒนาการทางด้านสังคมการ สื่อความหมายการฝึกพูด การกระทำพฤติกรรม บำบัดได้ง่ายขึ้น เด็กออทิสติกที่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง สามารถดีขึ้นจนสามารถ เรียนร่วมกับเด็กปกติ และอยู่ในสังคมได้โดยคน ทั่วไปจะมองไม่เห็นความผิดปกติ
    เด็กพูดช้าคืออะไร เด็กพูดช้า คือเด็กที่มีพัฒนาการด้านภาษาและการพูดไม่เป็นไปตามอายุ เช่น อายุ 2 ปี ยังพูดเป็นคำเดียวที่มีความหมายไม่ได้ หรืออายุ 3 ปีแล้วยังพูดเป็นประโยคสั้นๆ ไม่ได้ สาเหตุที่ทำให้เด็กพูดช้า ขาดการกระตุ้นทางภาษาที่เหมาะสม และขาดแรงจูงใจในการพูด เด็กในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงดี แต่เด็กไม่พูด หรือพูดน้อย เด็กมีความเข้าใจคำพูดของผู้อื่นได้ดี ปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างถูกต้อง เมื่อต้องการสิ่งใดหรือต้องการให้ผู้ใหญ่ทำอะไร เด็กมักจูงมือผู้ใหญ่ไปทำให้ คนใกล้ชิดมักตอบสนองต่อเด็กด้วยการทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ โดยเด็กแทบจะไม่ต้องแสดงให้รู้ว่ารู้สึกอย่างไร หรือต้องการอะไร เด็กไม่มีความรู้สึกว่า การพูดสื่อภาษากับผู้อื่นมีความสำคัญ เพราะเด็กมักได้ทุกสิ่ง ทุกอย่างโดยไม่ต้องพูด หูพิการ การพูดช้าจะเป็นปัญหารุนแรงเพียงใด ขึ้นอยู่กับชนิดของความพิการของหู และอายุของเด็กที่เริ่มมีหูพิการ
    เด็กที่มีการนำเสียงเสีย หรือมีความบกพร่องของหูชั้นกลางและหูชั้นในร่วมด้วย จะทำให้เด็กรับฟังเสียงได้ไม่เป็นปกติ ซึ่งมีผลต่อการเรียนรู้ภาษาพูด
    เด็กที่เป็นหูน้ำหนวก จะทำให้รับฟังคำพูดของผู้อื่นได้ไม่ถนัด
    เด็กที่เป็นหูน้ำหนวกเรื้อรังนานๆ เข้าจนเป็นประสาทหูพิการ จะทำให้รับฟังคำพูดของผู้อื่นๆ ได้ไม่ดี และเรียนรู้การพูดได้ช้า
    เด็กที่มีประสาทหูพิการมาแต่กำเนิด มีประสาทหูพิการอย่างรุนแรงถึงขั้นหูหนวก ไม่สามารถได้ยินเสียงพูดของผู้อื่น ทำให้ไม่สามารถเลียนแบบการพูด เด็กเหล่านี้จะเป็นใบ้พูดไม่ได้
    เด็กที่มีหูพิการรุนแรงไม่ถึงขั้นหูหนวก พอจะได้ยินคำพูดบ้าง แม้จะได้ยินไม่ถนัดนัก แต่เด็กก็ยังสามารถเลียนคำพูดได้บ้าง เด็กเหล่านี้จึงเริ่มพูดช้า มีพัฒนาการทางภาษาที่ช้ากว่าอายุ

สล็อต xo

สมองพิการมาแต่กำเนิด มักเป็นเด็กที่มารดามีประวัติการตั้งครรภ์หรือการคลอดผิดปกติ เด็กอาจไม่มีความพิการทางกายแสดงให้เห็น แต่เด็กพูดไม่ได้ บางรายฟังเข้าใจคำพูดของผู้อื่นแต่พูดไม่ได้ บางรายพอพูดได้บ้างแต่มีปัญหาพูดไม่ชัด บางรายมีปัญหาเกี่ยวกับความเข้าใจทั้งๆ ที่หูได้ยินดี ภาวะปัญญาอ่อน เด็กที่มีสติปัญญาต่ำกว่าปกติจะมีการพูดช้ามากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญา ยิ่งสติปัญญาต่ำมาก การพูดก็จะพัฒนาช้ากว่าอายุมาก รายที่มีระดับสติปัญญาต่ำในระดับรุนแรง จะไม่มี พัฒนาการทางภาษาเลยทำให้พูดไม่ได้ ส่วนเด็กที่มีสติปัญญาต่ำไม่มากนัก มีการพัฒนาทางภาษา เด็กเหล่านี้พอพูดได้ แต่มักรู้คำศัพท์อยู่ในวงแคบ ใช้ประโยคง่ายๆ และพูดไม่ชัด ปัญหาทางอารมณ์ และจิตใจ เด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์ และจิตใจ ได้แก่
เด็กที่อิจฉาพี่หรืออิจฉาน้อง
เด็กที่ได้รับการตามใจทนุถนอมจากพ่อแม่มากเกินควร
เด็กตามสถานสงเคราะห์ต่างๆ
เด็กที่สุขภาพไม่สมบูรณ์ เจ็บป่วยบ่อยๆ ต้องเข้าๆ ออกโรงพยาบาล หรือต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน
เด็กที่เป็นโรคจิต โรคประสาท
เด็กเหล่านี้มีอาการพูดช้า เป็นอาการสำคัญ หรือไม่สนใจการสื่อความหมายด้วยการพูด เมื่อมีคนพูดด้วย เด็กมีทีท่าว่าได้ยินแต่ไม่พูดโต้ตอบ บางครั้งเมื่อเด็กอยู่คนเดียวอาจจะพูดขึ้นมาเองด้วยถ้อยคำที่เคยได้ยินผู้อื่นพูด จากนั้นอาจจะไม่พูดอีกเลย ภาวะออทิสติก เด็กจะมีสมาธิสั้น พูดช้าหรือไม่พูด หรือพูดสื่อสารอย่างมีความหมายไม่ได้ ร่วมกับไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ ความผิดปกติของอวัยวะเกี่ยวกับการออกเสียง เช่น มีพังผืดยึดติดลิ้น (Tongue tie) การช่วยเหลือเด็กพูดช้า เมื่อพบว่าลูกพูดช้า คุณพ่อคุณแม่ควรพา เด็กไปพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของการพูดช้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ใน การวางแผนการช่วยเหลือให้เหมาะกับ เด็กแต่ละราย การวินิจฉัยสาเหตุการพูดช้า นั้นจะประกอบด้วย การซักประวัติและการตรวจร่างกายเด็ก อย่างละเอียดจากแพทย์ การตรวจประเมินพัฒนาการ และเชาวน์ปัญญาโดยนักจิตวิทยาคลินิกหรือกุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาการ การตรวจความสามารถ นการได้ยิน
[NPC5]หลังจากได้ข้อสรุปสาเหตุของการพูดช้าแล้ว จะเป็นการรักษาตามสาเหตุ พร้อมกับพบผู้เชี่ยวชาญที่แพทย์แนะนำ เช่น กรณีที่พบว่าเด็กพูดช้าจากหูพิการ เด็กจะต้องใส่เครื่องช่วยฟัง (Hearing aid)แนวทาง นอกจากนั้นแล้ว นักแก้ไขการพูดจะสอน ให้เด็กเรียนรู้คำศัพท์ต่างๆ ที่ต้องใช้พูดในชีวิตประจำวัน ตามความเหมาะสม กับระดับอายุของเด็ก จากนั้นจึงสอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะนำคำเหล่านั้นมาสร้างเป็นประโยคที่ถูกต้อง เรียนรู้ที่จะเรียงลำดับประโยคต่างๆ เพื่อเล่าเรื่องต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้เด็กได้ใช้การพูดของตนในการสื่อสารกับบุคคลอื่นในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
ก่อนแล้วจึงจะฝึกพูด เมื่อมารับการฝึกพูด นักแก้ไขการพูด จะใช้เทคนิคต่างๆ ในการกระตุ้นให้เด็กเปล่งเสียงเลียนแบบเลียง และเชื่อมโยงเสียงให้เป็นคำที่มีความหมายโดยยึดหลักการเรียนรู้และพัฒนาการทางการพูดของเด็กปกติเป็น การกระตุ้นด้านการพูดจำเป็นต้องเริ่มโดยเร็วที่สุด หลังจากที่วินิจฉัยได้แล้วว่าเด็กพูดช้าจากสาเหตุใด เพราะยิ่งเริ่มต้นได้เร็วเท่าไรก็จะเป็น ประโยชน์ต่อการช่วยเหลือด้านภาษาและการพูดของเด็กได้มากเท่านั้น