tripoweryoga

Kim Peek ซาวองส์ชาวอเมริกัน

Kim Peek ซาวองส์ชาวอเมริกัน

Kim Peek ซาวองส์ชาวอเมริกัน

slotxo

สำหรับซาวองส์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก คือ Kim Peek ชายชาวอเมริกันวัย 56 ปี ผู้เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดตัวละครชื่อ Raymond Babbitt ในภาพยนตร์รางวัลออสการ์ในปี ค.ศ. 1988 เรื่อง Rain Man ซึ่งนำแสดงโดย Tom Cruise และ Dustin Hoffman โดยฝ่ายหลังรับบทเป็นน้องชายที่อยู่ในภาวะซาวองส์ มีความสามารถในการจดจำและคิดเลยได้อย่างรวดเร็ว เพราะการแสดงที่ดีของ Dustin Hoffman จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลและมีส่วนสำคัญที่ทำให้โลกได้รับรู้และเข้าใจ ลักษณะของคนที่เป็นซาวองส์มากยิ่งขึ้น

xoslot

Kim Peek เป็นซาวองส์ที่มีทักษะด้านความจำและ การคิดคำนวณ พรสวรรค์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เขาอายุประมาณ 16-20 เดือน ในวัยเด็กพ่อแม่มักจะอ่านหนังสือให้เขาฟังพร้อมๆกับการจับนิ้วของเขาเลื่อนไปตามคำ ที่อ่านนั้น ทำให้เขาจำข้อความในหนังสือเหล่านั้นได้แม้จะเป็นการอ่นเพียงครั้งเดียวเขาสามารถจดจำเนื้อหาได้กว่า 98 % ความจำของเขาครอบคลุมไปถึงเรื่อง ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ กีฬา วรรณกรรม ดนตรีไปจนถึงประวัติของผู้มีชื่อเสียงด้านต่างๆ รวมไปถึงความสามารถในการคำนวณปฎิทิน
ทุกวันนี้นอกจาก Peek จะใช้เวลาไปกับการอ่านและท่องจำหนังสือแล้ว เขายังเดินทางไปทั่วโลก เพื่อเผยแพร่ เรื่องราวของซาวองส์ให้คนทั่วไปได้รู้จักและเข้าใจ รวมทั้งมีทัศนคติ ที่ถูกต้องต่อพวกเขาและประกาศให้โลกได้รู้ว่าบางครั้งคำว่า “ไม่ปกติ” ก็ไม่อาจหยุดยั้งความเป็นอัจฉริยะของคนเราได้
ดังนั้นหากคนใกล้ตัวคุณมีใครสักคนอยู่ในภาวะออทิสติก อย่างเพิ่งท้อใจที่จะดูแลเขา ลองเปิดใจให้กว้างไม่แน่ว่าคนใกล้ตัวคุณ อาจเป็นอัจฉริยะออทิสติกก็ได้
ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือเลสลี่ตาบอดและมีอาการอัมพาตทางสมอง ความสามารถในการนับวันที่จากปฏิทิน: ด้วยความสามารถในการคำนวณผู้ชำนาญสามารถบอกวันที่ก่อนและหลังวันที่ที่แน่นอนที่เราต้องการทราบแม้ว่าวันดังกล่าวจะเป็นปีอธิกสุรทินก็ตาม คำตอบนั้นถูกต้องและคำนวณได้อย่างแน่นอนโดยไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลข ความสามารถในการคำนวณนี้เป็นความสามารถที่แท้จริงของผู้ที่มีความสามารถทุกคน นอกจากนี้นักชิมบางคนสามารถบอกได้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนโดยประมาณจากความรู้สึกภายในของเขาและอีกครั้งคำตอบนั้นถูกต้องเสมอ
ความสามารถในการคำนวณ:ผู้รู้บางคนสามารถคำนวณได้อย่างรวดเร็ว บันทึกในปี 1789 ของดร. เบนจามินรัชบิดาแห่งจิตเวชศาสตร์ของอเมริกากล่าวว่าโธมัสฟูลเลอร์ผู้มีความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับการนับเลขสามารถตอบคำถามที่ยากเช่นนี้ได้“ ถ้าผู้ชายคนหนึ่งอายุ 70 ​​ปี , 17 วัน, 12 ชั่วโมงเขาอายุกี่นาที?” ฟุลเลอร์สามารถตอบคำถามนี้ได้อย่างถูกต้องภายในหนึ่งนาทีครึ่งโดยไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลข
ความรู้เกี่ยวกับระยะทาง:ผู้ชำนาญบางคนสามารถประกอบหรือซ่อมเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนได้ คนอื่น ๆ สามารถจดจำรายละเอียดบนแผนที่และเส้นทางหรือประมาณระยะทางได้อย่างแม่นยำเพียงแค่ใช้สายตา นอกเหนือจากความสามารถที่กล่าวมาแล้วผู้ที่มีความสามารถบางคนยังมีทักษะที่แตกต่างกันเช่นมีประสาทสัมผัสที่รวดเร็ว มีเพียงไม่กี่คนที่มีอาการซินเนสเทเซียซึ่งเป็นสถานะเมื่อพวกเขาเห็นตัวเลขเป็นสีหรือฟังเพลงแล้วเห็นภาพหรือรู้สึกถึงรสนิยม
นอกเหนือจากกลุ่มนักวิจัยที่พยายามอย่างหนักในการค้นหาคำตอบเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงและขอบเขตความสามารถของนักวิจัยกลุ่มอื่น ๆ ได้พยายามทดลองและสังเกตลักษณะทั่วไปและลักษณะที่แตกต่างกันของคนที่มีความสามารถ การทดลองแสดงให้เห็นว่าผู้มีความสามารถมีความสามารถเหมือนกัน
พวกเขามีความจำที่ดีเยี่ยมซึ่งสามารถเห็นได้ในกรณีของผู้ที่มีทักษะทางดนตรี พวกเขามีศักยภาพสูงในการจดจำรายละเอียดทั้งหมดของเพลงแม้ว่าจะฟังเพียงครั้งเดียวก็ตาม

เครดิตฟรี

นักแสดงชื่อดัง Kim Peek ชายชาวอเมริกันวัย 56 ปีคือแรงบันดาลใจในการถือกำเนิดของตัวละคร Raymong Babbitt ในภาพยนตร์เรื่อง Rain Man ที่ได้รับรางวัลออสการ์ซึ่งทอมครูซ และดัสตินฮอฟแมนเป็นนักแสดงนำ ฮอฟแมนทำหน้าที่เป็นเมธีที่มีความสามารถในการรับรู้สิ่งต่างๆ และคำนวณความสามารถ เนื่องจากการแสดงที่ดีของ Hoffman ภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงเรื่องนี้จึงได้รับรางวัลออสการ์และช่วยให้คนทั้งโลกรู้จัก และเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับบุคลิกและธรรมชาติของผู้ที่ชื่นชอบ Kim Peek เป็นเมธีที่มีความจำและทักษะการคำนวณที่ดี ความสามารถพิเศษนี้เป็นพรแก่เขาเมื่อเขาอายุเพียง 16-20 เดือน ในช่วงวัยเด็กพ่อแม่ของเขามักจะอ่านหนังสือให้เขาหลายเล่ม และในขณะเดียวกันก็เลื่อนนิ้วไปตามแต่ละคำในขณะที่พวกเขาอ่านทำให้เขาจำข้อความในหนังสือได้ 98% แม้ว่าจะเป็นการอ่านครั้งแรกก็ตาม นอกจากนี้เขายังมีความจำที่ดีในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์กีฬาวรรณกรรมดนตรี และอัตชีวประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน เขายังคำนวณวันที่ ในปฏิทินได้ดีอีกด้วย
ปัจจุบันนอกเหนือจากการ ใช้เวลาไปกับการอ่าน และจดจำสิ่งต่างๆแล้ว Peek ยังคงเดินทางไปทั่วโลก เพื่อพยายามเผยแพร่เรื่องราวของผู้ชื่นชอบต่อสาธารณชนเพื่อที่พวกเขาจะได้รู้จัก และเข้าใจบุคคลพิเศษเหล่านี้ได้ดีขึ้น และยังมีทัศนคติที่ ดีต่อพวกเขาอีกด้วย เขาต้องการทำให้คนทั้ง โลกตระหนักว่าบางครั้ง“ ความผิดปกติ” ก็ไม่มีผลต่อความเป็นอัจฉริยะของผู้คน ดังนั้นหากมีคนใกล้ชิดคุณเป็นออทิสติกอย่าท้อถอยเมื่อคุณต้องดูแลเขา ลองเปิดใจของคุณ เขาอาจเป็นอัจฉริยะออทิสติก!

สล็อต xo

มีความพยายามในการศึกษาถึงสาเหตุของออทิสติก แต่ยังไม่ทราบสาเหตุของความผิดปกติที่แน่ชัดได้ ในปัจจุบันมี หลักฐานสนับสนุนชัดเจนว่า เกิดจากการทำงานของสมอง ที่ผิดปกติ มากกว่าเป็นผลจากสิ่งแวดล้อม
ในอดีตเคยเชื่อว่าออทิสติก เกิดจากการเลี้ยงดูในลักษณะที่เย็นชา (Refrigerator Mother) แต่จากหลักฐานข้อมูล ในปัจจุบันยืนยันได้ชัดเจนว่า รูปแบบการเลี้ยงดูไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เป็นออทิสติก แต่ถ้าเลี้ยงดูอย่างเหมาะสมก็จะช่วยให้เด็กพัฒนาดีขึ้นได้มาก
ในปัจจุบันพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านพันธุกรรมสูงมาก มีความเชื่อมโยงกับโครโมโซมหลายตำแหน่ง เช่น ตำแหน่งที่ 15q 11-13, 7q และ 16p เป็นต้น คาดว่าในอนาคตอันใกล้จะมีความชัดเจนในเรื่องนี้เพิ่มขึ้น และจากการศึกษาในฝาแฝด พบว่าแฝดเหมือน ซึ่งมีรหัสพันธุกรรมเหมือนกัน มีโอกาสเป็นออทิสติกทั้งคู่สูงกว่าแฝดไม่เหมือนอย่างชัดเจน
คลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalography; EEG) พบว่ามีความผิดปกติมากกว่าในกลุ่มประชากรปกติ แต่ไม่พบลักษณะจำเพาะ ที่อธิบายความผิดปกติของ การทำงานของสมอง
ในการศึกษาเรื่องของสมอง และระบบประสาท พบว่ามีความผิดปกติหลายรูปแบบ มีปริมาตรของสมองเพิ่มขึ้น ยกเว้นสมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) และพบว่าเส้นรอบวง ของศีรษะปกติในตอนแรกเกิด แล้วเริ่มมากผิดปกติในช่วงวัยเด็กตอนต้นถึงตอนกลาง และในระดับเซลล์ พบว่าเกี่ยวข้องกับจำนวน เซลล์เพอร์กินส์ (Purkinje Cell) ที่ลดลง
ภาพฉายระบบประสาท (Neural Imaging) พบความผิดปกติ หลากหลายรูปแบบ แต่ยังคลุมเครืออยู่ ไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน เช่น แกนซีลีเบลลัม (Cerebellar Vermis) มีความหนาแน่นผิดปกติ Third Ventricle มีขนาดใหญ่ สมองส่วน caudate มีขนาดเล็ก เป็นต้น
ด้านเภสัชวิทยาของระบบประสาท พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับสารเคมีสื่อประสาทที่ชื่อ เซโรโทนิน (Serotonin) โดยมีระดับในเกล็ด เลือดสูงขึ้น แต่ยังไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร
เมื่อเด็กออทิสติกโตขึ้นจะเป็นอย่างไร
พบว่าออทิสติก จำนวน 2 ใน 3 ยังมีภาวะต้องพึ่งพิงผู้อื่น และต้องการผู้ดูแลตลอดชีวิต ในขณะที่จำนวน 1 ใน 3 สามารถพึ่งพาตนเองได้พอสมควร ต้องการเพียงคำชี้แนะจากผู้ดูแล เป็นระยะเท่านั้น และพบว่ามีร้อยละ 1-2 ที่พึ่งพาตนเองได้เต็มที่ สามารถประกอบอาชีพ เลี้ยงตัวเอง ดำเนินชีวิตได้เหมือนปกติ
สิ่งสำคัญที่เป็นตัวบ่งบอกว่า เด็กออทิสติกจะมีแนวโน้มที่ดีหรือไม่ เพียงไร คือ ระดับสติปัญญา และความสามารถในการสื่อสาร จากรายงานวิจัยพบว่า ผู้ที่มีระดับสติปัญญา (ไอคิว) ต่ำกว่า 50 มีอาการชักในช่วงวัยรุ่น หรือยังไม่พูดเมื่ออายุ 5 ปี มักจะมีแนวโน้มไม่ค่อยดีนัก
พบว่าออทิสติก ประมาณร้อยละ 4-32 จะมีอาการชักร่วมด้วย พบได้เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นวัยรุ่น ซึ่งยิ่งทำให้มีแนวโน้มไม่ค่อยดี
การดูแลช่วยเหลือ อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามหลักวิชาการ ถ้าเริ่มทำตั้งแต่ช่วงอายุ 3 ขวบปีแรก พบว่าได้ผลดีกว่าการรักษาที่ล่าช้ากว่านั้น ดังนั้นการวินิจฉัยโรค ได้เร็ว เริ่มให้การดูแลช่วยเหลือ ตั้งแต่อายุน้อยๆ และทำอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
[NPC5]การป้องกันไม่ให้เป็นออทิสติก ในปัจจุบันยังไม่ให้สามารถทำได้ เนื่องจากยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ และยังไม่มีวิธีการที่ สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ แต่สามารถป้องกันไม่ให้มีอาการรุนแรงขึ้นได้ โดยการคัดกรองให้รู้ปัญหาเร็วที่สุด และเข้าโปรแกรมการดูแลช่วยเหลือ ตั้งแต่เล็กและทำอย่างต่อเนื่อง