tripoweryoga

ผลกระทบหากได้รับวิตามินดีน้อยเกินไป

ผลกระทบหากได้รับวิตามินดีน้อยเกินไป

หากร่างกายได้รับปริมาณของวิตามินดีที่ไม่เพียงพอ จะส่งผลกระทบต่อร่างกายคือ การดูดซึมของแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากลำไส้เล็กน้อยลง ทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเกี่ยวกับกระดูก อย่าง กระดูกผิดรูป กระดูกไม่แข็งแรงจนรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้เกิดการโค้งงอของกระดูก นอกจากนี้ขาดขาดวิตามินดี ยังมีผลอีกหลายประการ เช่น

เครดิตฟรี

  1. ภาวะกระดูกอ่อนในเด็ก ( Ricket ) โรคนี้จะพบได้ในเด็กอายุประมาณ 1-3 ขวบ ซึ่งเป็นระยะที่เด็กกำลังเจริญเติบโตมีอาการที่สำคัญของโรค ดังนี้

ขาโก่ง ( Bow Legs ) เนื่องจาก กระดูกขาอ่อนไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักตัวไหว นอกจากนี้ยังมีอาการที่ข้อเข่าโค้งเข้าหากัน (Knock – Knees) เพราะข้อเข่าไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักตัวเช่นเดียวกัน
รอยต่อกะโหลกที่กระหม่อมปิดช้า กะโหลกศีรษะมีขนาดใหญ่กว่าปกติกะโหลกศีรษะจะมีความอ่อนนุ่มกว่าคนปกติ ถ้ากด อาจจะยุบได้เรียกว่า Craneotabes
เกิดความผิดปกติขึ้นที่กระดูกซี่โครง ทำให้กระดูกอกและกระดูกซี่โครงโก่งขึ้น เรียกว่า Concave Breast หรือ Pigion Breast นอกจากนี้เกิดการบวมขึ้นตรงปลายของกระดูก ( Epiphysis ) ที่ต่อกับข้อและตรงสองข้างของกระดูกซี่โครงทำให้มีความโป่งนูนเป็นเม็ดกลมเหมือนใส่ลูกประคำคอเรียกว่า “Rachitic rosary”
อารมณ์แปรปรวน ขึ้นๆลงๆ กลายเป็นคนที่หงุดหงิดง่าย
กระดูกข้อต่างๆมีการขยายขนาด เช่น กระดูกข้อมือ ข้อเท้า และหัวเข่าโตผิดปกติ
การเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ เป็นไปได้ไม่ดี ไม่แข็งแรง
จะมีอาการฟันผุเร็วกว่าปกติ หรือ ฟันขึ้นช้ากว่าปกติ กระดูกฟันและกระดูกขากรรไกรมีรูปร่างที่ผิดปกติไป

  1. ภาวะกระดูกอ่อนในผู้ใหญ่ ( Osteomalacia ) เป็นโรคกระดูกโรคชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการบกพร่องในกระบวนการสร้างความแข็งแรงของเนื้อกระดูกหรือมวลกระดูกซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการขาดวิตามินดีและแคลเซียมในผู้ใหญ่ เนื่องจากเป็นระยะที่กระดูกเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว เจริญเติบโต มีอาการที่สำคัญของโรคดังนี้

กระดูกจะอ่อนและไม่แข็งแรง ส่วนใหญ่จะเป็นกระดูกบริเวณขา กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน ทำให้รูปร่างผิดปกติ เช่น หลังโกง
กระดูกเป็นโพรงเปราะและหักได้ง่าย เนื่องจากแคลเซียมและฟอสฟอรัสสลายตัวออกจากกระดูกออกไปเรื่อยๆทำให้กระดูกไม่แข็งแรงเหมือนคนปกติ
รู้สึกเจ็บและปวดตามข้อ ตามกระดูกบริเวณทั่วร่างกาย

  1. อาการชัก ( Tetany) การขาดวิตามินดี ยังส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการเหน็บชามีอาการกล้ามเนื้อกระตุก และอาจมีอาการชักในบางครั้งซึ่งเกิดจากการที่ปริมาณของแคลเซียมในเลือดลดต่ำลงกว่า 7.5 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ทั้งนี้เพราะร่างกายดูดซึมแคลเซียมและวิตามินดีได้น้อยกว่าปกติหรืออาจเกิดจาก การต่อมพาราธัยรอยด์ถูกกระทบกระเทือนย่างแรง ซึ่งวิตามินดีและพาราธัยรอยด์ฮอร์โมน นั้นทำงานร่วมกันในการขนส่งแคลเซียมให้เป็นไปตามปกติ ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งจะทำให้เกิดอาการดังกล่าว

สล็อต

  1. ฟันผุ ( Dental Caries ) หากร่างกายขาดวิตามินดี จะทำให้ร่างกายขาดแคลเซียม จึงส่งผลกระทบให้เกิดอาการฝันพุมากกว่าคนปกติตัวอย่างเช่น พบว่าเด็กที่ได้รับนม ไข่ เนื้อ ผักและผลไม้หรือบริโภคอาหารที่มีวิตามินดีสูงจะมีโอกาสน้อยที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับฟันผุ เปรียบเทียบกับคนที่บริโภควิตามินดีปานกลาง ดังนั้นหากไม่อยากฟันผุง่ายต้องให้ร่างกายได้รับปริมาณวิตามินดีที่เหมาะสมด้วย

ผลกระทบหากได้รับวิตามินดีมากเกินไป
นอกจากการขาดวิตามินดี ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายแล้ว หากร่างกายได้รับวิตามินดีมากเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้เช่นกัน เรียกภาวะนี้ว่า อาการเป็นพิษเนื่องจากได้รับวิตามินดีเกิน (Hypervitaminosis D) โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับปริมาณวิตามินดีมากถึง 3 แสน ถึง 8 แสน I.U. ต่อวันเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน หากร่างกายได้รับวิตามินดีประมาณ 3 หมื่น I.U ต่อวันหรือมากกว่า จะเกิดผลต่อเด็กทารกได้ และหากได้รับปริมาณมากถึง 5 หมื่น I.U. ก็จะเป็นอันตรายต่อเด็กวัยกำลังโตได้เช่นกัน ซึ่งอาการที่พบจากการได้รับวิตามินดีเกินจะมีดังต่อไปนี้

มีอาการคลื่นไส้อาเจียนท้องเดิน
ปัสสาวะมากกว่าปกติ ทั้งกลางวันและกลางคืน
หิวน้ำตลอดเวลา
น้ำหนักตัวลดลง เนื่องจากมีการสลายของแคลเซียมออกมาจากกระดูก
บางรายที่อาการหนัก สามารถเสียชีวิตได้เลย จากการล้มเหลวของอวัยวะต่างๆในร่างกาย สำหรับในการรักษาอาการวิตามินดีเกินในร่างกายนั้น หากมีอาการตามเบื้องต้นนี้ ควรลดปริมาณของวิตามินดีลง โดยเฉพาะผู้ที่ทานอาหารเสริมต่างๆ ควรดูปริมาณส่วนประกอบให้ดีก่อน ส่วนผู้ใดที่มีอาการเริ่มหนักแล้วให้รีบไปพบแพทย์ในทันที
วิตามินดี ที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย เป็นสิ่งที่ร่างกายผลิตออกไม่ได้เอง ต้องได้มาจากการบริโภคอาหารเท่านั้น แต่วิตามินดีจะพิเศษกว่าวิตามินอื่นๆ เนื่องจากสามารถได้มาจากการรับแสง UV ในตอนเช้าด้วยทั้งนี้ วิตามินดีก็เหมือนกับวิตามินชนิดอื่นๆ ทั่วไป หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย แต่หากได้รับในปริมาณที่มากหรือน้อยจนเกินไป ก็ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรรับปริมาณวิตามินดี เข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เหมาะสมจึงจะดีที่สุด

สล็อตออนไลน์

ปัจจุบันกระแสการตื่นตัวทางสุขภาพมีมากขึ้น โดยเฉพาะการรับประทานอาหารและวิตามินเสริม วิตามินที่คนส่วนใหญ่มักจะหาซื้อมารับประทาน มักจะเป็นวิตามินซี ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน วิตามินบี ช่วยเรื่องสมองและความจำ วิตามินอี เพื่อผิวสวย แต่วิตามินดีจะเป็นวิตามินที่คนส่วนน้อยนึกถึง เพราะคิดว่าอยู่เมืองร้อนได้รับเพียงพออยู่แล้วจากแสงแดด แต่ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองส่วนใหญ่ที่มักนั่งทำงานในออฟฟิศ เมื่อออกแดดมักใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย รวมทั้งใช้ครีมกันแดด จึงเป็นผลให้คนเมืองส่วนใหญ่ขาดวิตามินดีโดยไม่รู้ตัว

จากการวิจัยที่ได้ตีพิมพ์ใน Bangkok Medical Journal ปี 2015 เก็บข้อมูลพนักงานออฟฟิศ 211 แห่งทั่วกรุงเทพ พบว่า 36.5% หรือทุก 1 ใน 3 คนของพนักงานออฟฟิศขาดวิตามินดี นอกจากนี้คนบางกลุ่มยังมีความเสี่ยงที่จะขาดวิตามินดีมากกว่าคนทั่วไป เช่น คนที่มีผิวสีเข้ม (Dark – Colored Skin) ผู้สูงอายุ (Elderly Patients) ผู้ป่วยโรคไต (Kidney Diseases) ผู้ป่วยโรคตับ (Liver Diseases) และคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน (Obese Patients)

ความสำคัญของวิตามินดี
นอกจากวิตามินดีจะมีหน้าที่หลักในการช่วยดูดซึมแคลเซียม ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกบาง (Osteopenia) และกระดูกพรุน (Osteoporosis) วิตามินดียังมีคุณสมบัติพิเศษอีกมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ นั่นคือ วิตามินดีมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเพศ จึงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมกระบวนการสำคัญต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ช่วยลดฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (Parathyroid Hormone) ป้องกันการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูก เพิ่มการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือดและป้องกันโรคเบาหวาน

สาเหตุให้คนไทยขาดวิตามินดี

  1. พฤติกรรมหลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดด การกางร่ม การใส่เสื้อคลุมเพื่อบดบังการได้รับแสงแดดโดยตรง ทำให้ร่างกายได้รับรังสี UVB ในปริมาณความเข้มที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างวิตามินดี เป็นเหตุให้ร่างกายขาดวิตามินดีได้
  2. การทาครีมกันแดด ครีมกันแดดสามารถป้องกันรังสี UVB ได้ 100% ปกป้องการทำลายชั้นผิวหนัง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ชั้นผิวหนังไม่ได้รับการกระตุ้นให้เกิดการสร้างวิตามินดีด้วย
  3. อายุที่เพิ่มขึ้น ความสามารถในการสร้างวิตามินดีของชั้นผิวหนังจะลดลงสวนทางกับอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะขาดวิตามินดี
  4. การใช้ชีวิตในออฟฟิศ หรือรถยนต์ตลอดทั้งวัน รังสี UVB ไม่สามารถส่องผ่านชั้นกระจก หรือฟิล์มติดรถยนต์ได้ ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในออฟฟิศ หรือรถยนต์ตลอดทั้งวัน จึงเสี่ยงที่จะขาดวิตามินดี เนื่องจากร่างกายไม่ได้รับการกระตุ้นการสร้างวิตามินดีจากรังสี UVB ได้
  5. สีผิวเข้ม คนผิวเข้มมีแนวโน้มที่จะสร้างวิตามินดีได้น้อยกว่าคนผิวขาว เนื่องจากเม็ดสีผิวเมลานินจะป้องกันการส่องผ่านของรังสี UVB คนที่มีสีผิวเข้มจึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาการได้รับแสงแดดที่นานกว่าคนผิวขาว เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างวิตามินดีได้เพียงพอต่อความต้องการ

jumboslot

วิตามินดี มีดีมากกว่าเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม
ในทางการแพทย์เป็นที่ยอมรับว่า วิตามินดีมีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้ ผู้ที่ขาดวิตามินดีจะทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้ แต่ปัจจุบันมีการพบบทบาทอื่นๆ ของวิตามินดี โดยวิตามินดีจะออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมน จึงทำให้วิตามินดีมีบทบาทที่หลากหลายต่อร่างกาย ไม่เฉพาะแต่การเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม จึงเรียกได้ว่า วิตามินดีเป็นสารอาหารทีมีชื่อเป็นวิตามิน แต่มีความสำคัญคล้ายฮอร์โมน บทบาทอื่นๆ ของวิตามินดี ได้แก่

  1. ป้องกันการลื่นล้ม
    วิตามินดีจำเป็นต่อการยืด และหดของมัดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา ทำให้มัดกล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ตอบสนองต่อการก้าวเดิน และการทรงตัวได้ดี จากการศึกษาในคนไข้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มคนไข้ที่มีอัตราการลื่นล้มสูง พบว่า การรับประทานวิตามินดีปริมาณสูง สามารถลดโอกาสการลื่นล้มอันเนื่องจากกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงได้ 22% ซึ่งจะป้องกันปัญหาการแตกหักของกระดูกภายหลังการลื่นล้มได้ โดยลดการแตกหักของกระดูกสะโพกได้ 30% และกระดูกบริเวณอื่นๆ ได้ 14%
  2. ป้องกันโรคกระดูกพรุน
    โรคกระดูกพรุน คือโรคที่กระดูกมีความเปราะบาง ทนต่อแรงกระแทกได้น้อย และเกิดการแตกหักได้ง่าย ซึ่งจะทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง หรือเสียชีวิตได้ จากการศึกษาในกลุ่มคนไข้ที่กระดูกสะโพกแตกหักพบว่า 20% ของคนไข้เสียชีวิตใน 1 ปีแรก เนื่องจากเกิดโรคแทรกซ้อนในช่วงเวลาที่ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และอีก 50% ของคนไข้ไม่สามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีดังเดิม4 คนไข้จึงมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง ต้องการการดูแลจากญาติ และผู้ดูแลมากขึ้น การป้องกันโรคกระดูกพรุนสามารถทำได้โดยการรับประทานวิตามินดีปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้ รักษาสมดุลแคลเซียมในร่างกาย และลดการสลายแคลเซียมออกจากกระดูก จึงสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
  3. ป้องกันโรคกระดูกอ่อน
    โรคกระดูกอ่อนเป็นโรคทางกระดูกที่มีความคล้ายคลึงกับโรคกระดูกพรุน คือ กระดูกมีความเปราะบางเหมือนกัน แต่มีสาเหตุในการเกิดโรคที่แตกต่างกัน เรามักพบเจอปัญหาโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ แต่สำหรับโรคกระดูกอ่อนมักพบเจอในผู้ที่ขาดวิตามินดี และแคลเซียม โดยสามารถเกิดได้ในเด็ก วัยรุ่น และวัยทำงาน คนไข้จะมาพบแพทย์ด้วยอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขน และขาทั้งสองข้าง ผู้ที่มีอาการของโรคกระดูกอ่อนจำเป็นต้องได้รับวิตามินดีเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และกล้ามเนื้อ

[NPC5]

  1. ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิต้านทาน
    วิตามินดีมีบทบาทต่อการทำงานของระบบภูมิต้านทานในร่างกาย ทำให้เม็ดเลือดขาวตอบสนองต่อเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมได้ดี
  2. ควบคุมการเจริญของเซลล์ในร่างกาย
    วิตามินดีมีบทบาทต่อการควบคุมการเจริญของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ที่ลำไส้ เต้านม และต่อมลูกหมาก ทำให้การเจริญของเซลล์ต่างๆ ดำเนินไปอย่างปกติ
  3. ควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย
    วิตามินดีมีบทบาทในกระบวนการสร้างอินซูลินที่ตับอ่อน ทำให้ร่างกายสามารถสร้างอินซูลิน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายได้
  4. ควบคุมความดันโลหิตในร่างกาย
    วิตามินดีจะลดการสร้างสารเรนิน (Renin) ที่ไต เพื่อช่วยในการควบคุมความดันโลหิตของร่างกาย