tripoweryoga

แชร์วิธีดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

แชร์วิธีดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง ( Hypertension ) คือ การที่ความดันช่วงบน มีค่าตั้งแต่ 130 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป และ/หรือความดันช่วงล่างมีค่าตั้งแต่ 80 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป การคัดกรองผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงตั้งแต่ระยะต้นทาง ( Early Phase ) จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อจะได้คัดแยกผู้ป่วยรักษาตามอาการและรีบให้การรักษาอย่างทันท่วงที ส่วนมากจะเริ่มจากกลุ่มผู้ป่วยที่ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะที่มีความเสี่ยง การเป็นโรคความดันโลหิตสูง ( Risk Factor ) โดยมีเป้าหมายในการแนะแนวทางการศึกษา คือ การค้นหาและทำการคัดกรองปัจจัยเสี่ยง ( Risk Factor ) ของโรคความดันโลหิตสูง และยืนยันการเป็นโรคความดันโลหิตสูงปฐมภูมิ ( Primary Hypertension ) ได้นั่นเอง ซึ่งค่าที่วัดได้ 2 ค่า คือ

เครดิตฟรี

ความดันช่วงบน หรือ ความดันซิสโตลี ( Systolic blood pressure ) หมายถึง แรงดันเลือดในขณะที่หัวใจบีบตัว ซึ่งอาจจะสูงตามอายุ และความดันช่วงบนของคนคนเดียวกัน อาจมีค่าที่ต่างกันออกไป ตามท่าเคลื่อนไหวของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ และปริมาณของการออกกำลังกาย
ความดันช่วงล่าง หรือ ความดันไดแอสโตลี ( Diastolic blood pressure ) หมายถึง แรงดันเลือดในขณะที่หัวใจคลายตัว ในปัจจุบันได้มีการกำหนดค่าความดันโลหิตปกติ และระดับความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูง

สาเหตุที่เกิดโรคความดันสูง
พันธุกรรม โอกาสจะสูงมากขึ้นเมื่อมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้
โรคเบาหวาน เพราะก่อให้เกิดการอักเสบตีบแคบของหลอดเลือดต่างๆ รวมทั้งหลอดเลือดของไต
โรคไตเรื้อรัง เพราะส่งผลถึงการสร้างเอนไซม์ และฮอร์โมนที่ควบคุมความดันโลหิตดังที่กล่าวไป
น้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน เพราะเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดต่างๆ ตีบจากภาวะไขมันเกาะผนังหลอดเลือด

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ( Sleep apnea )
การขาดการออกกำลังกาย เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคอ้วนและเบาหวาน
การรับประทานอาหารเค็มอย่างต่อเนื่อง

สล็อต

การสูบบุหรี่ เพราะสารพิษในควันบุหรี่ส่งผลให้เกิดการอักเสบตีบตันของหลอดเลือดต่างๆ รวมทั้งหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดไต
การดื่มแอกอฮอล์ เพราะส่งผลให้หัวใจเต้นแรงกว่าปกติ และมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงถึงประมาณ 50% ของผู้ที่ติดสุราทั้งหมด
บทบาทผู้จัดการรายกรณีการค้นหาคัดกรองผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
1.1 สถานที่ค้นหาคัดกรองผู้ป่วย

– บุคคลที่มีอายุ 35 ขึ้นไป หรืออยู่ในช่วงของวัยทำงานนั่นเอง โดยทั้งนี้อาจอาศัยอยู่ในชุมชน หรืออยู่ในสถานประกอบการอาชีพก็ได้

1.2 ความจำเป็น-ความต้องการจัดการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย

ความต้องการทราบข้อมูลของผู้ป่วย ( Theoretical Need )
– คัดกรองเพื่อค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงและการเกิด CV Risk ซึ่งสิ่งที่ต้องสอบประวัติผู้ป่วยเพื่อคัดกรอง ก็ประกอบด้วย
: ระดับความดันโลหิต
: อายุ
: มีภาวะไขมันในเลือดสูง ( Dyslipidemia ) หรือไม่
: สูบบุหรี่ ( Smoking ) หรือไม่
: อ้วนลงพุงหรือไม่
: มีระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารผิดปกติหรือไม่
: คนในครอบครัวเคยมีประวัติการเสียชีวิตด้วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ( CV Disease ) ก่อนวัยอันควรหรือไม่

สล็อตออนไลน์

ผลที่คาดว่าจะได้รับ ( Exist Need )
1.ความแม่นยำของค่าตรวจวัดความดัน ( AC Curacy BP )
2.มีระดับความดันโลหิตปกติ ( <140 / 90 mmHg )
3.ได้รับการชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงคำนวณค่าวัดดัชนีมวลร่างกาย Body Mass Index ( BMI ) อยู่เสมอ

1.3 ระยะเวลาติดตามที่เหมาะสม

1.ติดตามประเมินสุขภาพรายบุคคล 4 ด้านทุก 1 ปี/เมื่อจำเป็น

  1. ติดตามประเมินความเสี่ยงและตามผลที่คาดว่าจะได้รับ
    – ทุก 1 ปี
    – ทุก 6 เดือน
    : หากพบว่ามีความผิดปกติของความเสี่ยง 1 อย่างขึ้นไป เช่น ตรวจพบ IFG; DTX > 126 mg %
    : พบค่า 3 ใน 5 อย่าง ของ อ้วนลงพุง หรือค่าน้ำตาลในเลือด BP ≥ 130 / 85
    1.4 การใช้ทรัพยากรต่างๆ
  2. การจัดการทรัพยากรบุคคล ( Human Resource )
    – การทำการจัดการเรื่องของผู้ป่วย
    : การประเมินน้ำหนัก
    : การออกกำลังกาย
    : การสูบบุหรี่
    : การรับประทานอาหาร
    – NP ประสานงานกับอสม. ( Community Health Worker)

jumboslot

  1. ทรัพยากรที่ไม่ใช่บุคคล ( Non Human Resource )
    เครื่องวัดความดันโลหิต
    เครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว ( DTX ) <ควรจะจัดให้ผู้ป่วยได้มีไว้ใช้ส่วนตัว คือมีสำหรับใช้ที่บ้านด้วยนั่นเอง>
    อุปกรณ์ / Tube เจาะเลือด
    เครื่องชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูง
    สมุดบันทึกสุขภาพประจําตัว
    เครื่องมือสื่อสาร / ทำช่องทางการส่งต่อข้อมูล
    1.5 ความแปรผัน
  2. ขาดฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
  3. ไม่ได้ทำการติดต่อกับผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
  4. ไม่ได้มีการแบ่งพื้นที่ให้ทีมสุขภาพได้ทำการคัดกรองและการรวบรวมข้อมูล
  5. ผู้ป่วยไม่ได้มารับการตรวจอย่างต่อเนื่อง หรือจะมาโรงพยาบาลเมื่อมีอาการผิดปกติเท่านั้น
  6. ไม่มีผู้ที่จะทำหน้าที่คอยติดตามและดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง
    1.6 เป้าหมายที่ต้องการทราบผล
  7. ต้องไม่พบค่า ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารผิดปกติ ( Impaired Fasting Glucose : IFG ) ซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารที่สูงกว่าปกติเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมีความผิดปกติของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนั่นเอง
  8. ต้องพบค่าความเสี่ยงต่างๆลดลง ( Risk Reduction )
    – เช่น ค่าดัชนีมวลร่างกายหรือ BMI ลดลง เป็นต้น
  9. มีการใช้ทรัพยากรต่างๆได้อย่างเหมาะสม ( Proper Resource )
  10. การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตของผู้ป่วย ( Life Style Modification )

slot

2.1 สถานที่ค้นหาคัดกรอง

คลินิกผู้ป่วยนอก ( OPD )
ปฐมภูมิ
ทุติยภูมิ
ตติยภูมิ
2.2 ความจำเป็น – ความต้องการจัดการดูแลรักษาพยาบาล

ความต้องการทราบข้อมูลของผู้ป่วย ( Theoretical Need )
– มีการระบุความเสี่ยง ( Risk Factor ) ของความดันโลหิตและการเกิดภาวะหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่ ( Cardiovascular Risk -CV Risk ) ดูจากการสอบถามประวัติและพฤติกรรมของผู้ป่วย เพื่อหาข้อสรุปว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงมากแค่ไหน
– ได้รับการประเมินความเสี่ยงภาวะหัวใจและหลอดเลือด
– ดำเนินการให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการวินิจฉัยเมื่อพบโรคความดันโลหิตสูง ( Hypertension-HT ) จริง
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ( Exist Need )
1.ความแม่นยำของค่าตรวจวัดความดัน ( AC Curacy BP )
2.ได้รับการประเมินพฤติกรรมด้านสุขภาพรายบุคคล ( Individual Behavioral Health )
3.ประเมินการเกิดภาวะหัวใจและหลอดเลือด ( CV Risk ) ได้ครบถ้วน
4.ได้รับการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงคำนวณค่าดัชนีมวลร่างกาย ( BMI )
5.ระดับความดันโลหิตปกติ ( <140/90 mmHg )
6.ได้รับความรู้และการทำวิธีการปรับการใช้ชีวิตประจำวันป้องกันการเกิดโรค

  1. มีการทบทวน ( Review ) ในเรื่องของการใช้ยาโรคความดันโลหิตสูงอย่างเหมาะสม
    8.ต้องได้รับการติดตามเพื่อประเมินระดับความดันโลหิต
    9.ได้รับการลงข้อมูลสุขภาพในประวัติสุขภาพประจำตัว
    10.ควบคุมการวัดค่าต่างๆของโรคปลอกปลายประสาทอักเสบ หรือ โรค MS ได้
    11.ได้รับการค้นหาร่องรอยการติดเชื้อของอวัยวะที่ถูกทำลาย ( Subclinical Organ Damage หรือ TOD )
    12.ได้รับการติดตามประเมินระดับความดันโลหิต