tripoweryoga

อาการม้ามโต

อาการม้ามโต

อาการม้ามโต ( Splenomegaly ) เป็นอาการแตกต่างจากปกติของม้าม ธรรมดาพวกเราจะไม่อาจจะลูบคลำพบม้ามได้ ละเว้นในคนที่มีร่างกายซูบผอมมากมายหรือม้ามมีขนาดที่โตแตกต่างจากปกติก็เลยจะสามารถลูบคลำม้ามพบได้ ซึ่งม้ามที่มีการปฏิบัติงานที่ไม่ดีเหมือนปกติจะมีน้ำหนักราวๆ 4-5 เท่าของม้ามธรรมดาหรือมีนำหนักมากยิ่งกว่า 500 กรัม

เครดิตฟรี
ม้าม ( spleen ) เป็นอวัยวะมีทรงเรียวรี เหมือนเม็ดถั่วขนาดราวๆ 11 เซนติเมตร และก็มีน้ำหนักราวๆ 150 กรัม อยู่ที่รอบๆทางข้างหลังซ้ายของท้อง อยู่ใต้ต่อจากกะบังลม ซึ่งจะอยู่แถวซี่โครงซี่ที่ 9 – 12 ม้ามเป็นอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบน้ำเหลือง หน้าที่ในระบบภูมิต้านทานของร่างกายและก็การผลิตเม็ดเลือดการควบคุมจำนวนของเลือดภายในร่างกายให้คงเดิม โดยม้ามจะปฏิบัติหน้าที่ดึงธาตุเหล็กจากฮีโมโกลบินของเซลล์เม็ดเลือดแดงเพื่อนำมาใช้ภายในร่างกาย แล้วก็ปฏิบัติหน้าที่นำของเสียที่มีอยู่ในกระแสโลหิตออกไปจากเลือดโดยขับออกมาในรูปของน้ำเยี่ยว เหมือนกับแนวทางการทำงานของตับ นอกจากนี้ม้ามสร้างมีบทบาทสำหรับการสร้างแอนตีบอดี ( Antibody ) ที่ช่วยต้านทานเชื้อโรคที่ไปสู่ร่างกาย รวมทั้งช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงให้กับร่างกายอีกด้วย สำหรับลูกในท้อง ม้ามจะปฏิบัติภารกิจหลักสำหรับการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และก็ภายหลังที่เด็กทารกคลอดออกมาแล้ว ม้ามจะหยุดสร้างเม็ดเลือดแดงเปลี่ยนแปลงและก็ไขกระดูกจะกระทำสร้างเม็ดเลือดแดงแทน แต่ว่าถ้าหากไขกระดูกไม่สามารถที่จะทำสร้างเม็ดเลือดแดงได้ ม้ามก็เลยจะกลับมาทำสร้างเม็ดเลือดแดงอีกรอบ
หลักการทำงานที่ทำให้ม้ามดำเนินการเปลี่ยนไปจากปกติ
1.ร่างกายได้รับสิ่งเจือปนหรือเชื้อโรค ทำให้ม้ามจะต้องกระทำกำจัดเชื้อโรคหรือจุลชีพ ( Clearance of microorganisme ) แล้วก็ปฏิกิริยา particulate antigens จากเลือด
2.เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ( Synthesis of immunoglobulin G ( lgG ) )
3.การกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีความผิดธรรมดา ( Removal of abnormal red blood cells )
4.ปฏิบัติหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง เป็นต้นว่า การผลิตเม็ดเลือดแดงจากม้ามในตัวอ่อนหรือทารกในท้อง ( Embryonic hematopoiesis ) หรือการผลิตเม็ดเลือดแดงที่ม้าม ( extramedullary hematopoiesis ) ในคนเจ็บโรคบางจำพวก ฯลฯ

สล็อต
ม้ามโตมีต้นเหตุจากอะไร ?

  1. โรคตับ อาทิเช่น โรคตับแข็ง เนื่องมาจากตับมีระบบระเบียบไหลเวียนของโลหิตระบบเดียวกับม้าม เมื่อตับมีความผิดธรรมดาก็เลยมีผลกำเนิดความแตกต่างจากปกติที่ม้ามด้วย
  2. โรคเลือด ดังเช่นว่า โลหิตจาง ธาลัสซีภรรยา สภาวะที่มีเม็ดเลือดแตก เพราะเหตุว่าตับแล้วก็ม้ามเป็นอวัยวะที่เกี่ยวกับการกำจัดเม็ดเลือดแดงและก็ฮีโมโกลบิน เมื่อเม็ดเลือดถูกทำลายมากมาย ก็เลยทำให้ตับม้ามมีขนาดโตขึ้นด้วย
  3. มีการติดโรค อย่างเช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ เชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ซึ่งม้ามก็มีหน้าที่สำหรับเพื่อการกำจัดเชื้อโรค
  4. เป็นโรคออโตอิมมูน หรือโรคภูมิคุ้มกันตนเอง ทำให้เซลล์ภายในร่างกายถูกกำจัดไม่น้อยเลยทีเดียว
  5. เส้นเลือดดำในตับตัน ทำให้การไหลเวียนของโลหิตของตับแล้วก็ม้ามแตกต่างจากปกติ
  6. เป็นโรคโรคมะเร็ง เป็นต้นว่า โรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว แล้วก็โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
    มูลเหตุที่ทำให้ม้ามมีการปฏิบัติงานที่ไม่ปกติจนถึงมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น
    1.ม้ามมีการปฏิบัติงานที่มากเหลือเกิน ( Hyperfunction )
    ภูเขามิคุ้มของร่างกายมีการสนองตอบต่อการเติบโตมากเกินความจำเป็น หรือม้ามมีการสนองตอบต่อการอักเสบหรือมีการติดเชื้อโรคแบคทีเรีย ดังเช่นว่า โรคเยื่อบุโพรงหัวใจอักเสบจากแบคทีเรียแบบครึ่งหนึ่งฉับพลัน ( subacute bacterial endocarditis ) , โรคฝีที่ม้าม ( splenic abscesses ) หรือการรับเชื้อเชื้อไวรัส ได้แก่ การได้รับเชื้อเชื้อไวรัส (EPV) ที่โน้มน้าวให้กำเนิดโรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอสิส ( Epstein-Barr virus-induced mononucleosis ) , โรคแพ้ภูเขาไม่ตนเองหรือโรคSLE ( Systemic lupus erythematosus ) หรือคนป่วยที่เป็นโรคข้อรูมาตอยด์ ( Rheumatoid arthritis ) ที่มี อาการม้ามโตร่วมด้วย ( Felty’s syndrome ) ฯลฯ หรือการที่เม็ดเลือดแดงถูกทำลายอย่างหนัก (destruction work hypertrophy) ได้แก่ สภาวะเม็ดเลือดแดงป่องกรรมพันธุ์ ( Hereditary Spherocytosis: HS ) หรือโรคโลหิตจางธาลัสซีภรรยา ( Thalassemia disease ) ฯลฯสล็อตออนไลน์
    2.การคั่งของเลือดที่ม้าม ( Congestion )
    ภาวการณ์ลิ่มเลือดในหลอดโลหิตดำ ( Venous thrombosis ) หรือสภาวะหลอดโลหิตดำในม้ามตัน ( splenic vein thrombosis ) หรือภาวการณ์ความดันเลือดในเส้นเลือดระบบพอเพียงร์ทัล ( portal hypertension ) สูงเกิน 12 มมปรอทหรือสภาวะหัวใจวาย ( Congestive Heart failure : CHF ) โดยเมื่อคนไข้ได้รับยาออกซาลิพลาว่ากล่าวน ( Oxaliplatin ) จะมี อาการม้ามโตเป็นอาการใกล้กันเกิดขึ้นได้ โดยจะมีผลให้โพรงเลือดดำในม้ามตัน ( Sinusoidal Obstruction Syndrome ) หรือหลอดโลหิตดำในม้ามตัน ( Hepatic veno-occlusive disease ) แม้กระนั้นถ้าหากคนเจ็บได้รับยาบีวาสิซูแมบ ( Bevacizumab ) ร่วมด้วย อาการม้ามโตจะเกิดขึ้นได้ลดน้อยลง
    3.การคั่นซึม ( Infiltration )
    โดยยิ่งไปกว่านั้นในผู้เจ็บป่วยที่มีอาการป่วยเป็นโรคต่างๆที่มีเหตุที่เกิดจากความผิดแปลกสำหรับการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มที่มากเหลือเกินของเซลล์ประเภทต่างๆที่มีการผลิตขึ้นมาจากส่วนของไขกระดูก หรือโรคมัยอีโลโพรลิฟเฟอเรทีฟ ( Myeloproliferative neoplasm ) ดังเช่นว่า โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวซีเอ็มแอล ( Chronic Myelogenous Leukemia ) , สภาวะเม็ดเลือดแดงข้น (Polycythemia vera ) , โรคเกล็ดเลือดสูงโดยไม่รู้จักปัจจัย ( Essential Thrombocythemia ) หรือโรคพังผืดในไขกระดูกแบบกำเนิดเอง ( primary myelofibrosis , PMF ) ฯลฯ รวมทั้งผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคมะเร็งทางเลือดวิทยาบางจำพวก ยกตัวอย่างเช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ ( chronic lymphocytic leukemia ) หรือโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ( Lymphoma ) ฯลฯ เว้นแต่คนไข้ที่ไขกระดูกดำเนินงานไม่ปกติกับผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคมะเร็งทางเลือดแล้ว ยังมีคนไข้โรคอื่น ดังเช่นว่า
    ซาร์รอโดสิส ( Sarcoidosis )หมายถึงโรคที่เกิดการอักเสบประเภทไม่ใช่มีเหตุมาจากการรับเชื้อ
    โรคเกาเชอร์ ( Gaucher’s disease )เป็นโรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับความไม่ดีเหมือนปกติของการสั่งสมไขมัน
    โรคอะมีลอยโดสิส ( Amyloidosis )เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นจากมีสารโปรตีนไม่ปกติประเภทหนึ่ง
    เนื้องอกในระยะขยาย ( Metastatic malignancy )
    ซึ่งโรคกลุ่มนี้จะทำแทรกซึมเข้าไปทำให้ม้ามมีการดำเนินงานที่ไม่ปกติจนกระทั่งเป็นต้นเหตุให้ม้ามมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นนั่นเองjumboslot
    4.ต้นสายปลายเหตุอื่นๆของ อาการม้ามโต ( Splenomegaly )
    เว้นแต่มูลเหตุข้างต้นแล้ว บางคราวอาการม้ามโตบางทีอาจกำเนิดเหตุเพราะมูลเหตุอื่นๆได้อีก เป็นต้นว่า การเกิดอุบัติเหตุจนกระทั่งมีเลือดไหล ( Trama ) , การเกิดซีสต์ ( Cyst ) , เนื้องอกจำพวกฮีแมงจิโอมาหรือ ปานแดงที่ตับ ( Hemangioma ) , การได้รับยาบางประเภท ตัวอย่างเช่น Rho ( D ) immune globulin ฯลฯ ซึ่งอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นสามารถทำให้ม้ามโตขึ้นได้เหมือนกัน
    จากการศึกษาเล่าเรียนพบว่าคนเจ็บม้ามโตทั้งผอง 449 ราย พบว่าต้นสายปลายเหตุที่ทำให้ม้ามโตสามารแบ่งได้ดังต่อไปนี้
    1.โรคตับปริมาณ 148 คน หรือคิดเป็นปริมาณร้อยละ 33 ของผู้เจ็บป่วยทั้งหมดทั้งปวง
    2.โรคมะเร็งทางเลือดวิทยา ปริมาณ 121 คน หรือคิดเป็นจำนวนร้อยละ 27 ของคนป่วยทั้งผอง
    3.การได้รับเชื้อ ปริมาณ 103 คน หรือคิดเป็นจำนวนร้อยละ 23 ของคนเจ็บทั้งสิ้น
    4.Congestion หรือ inflammation ปริมาณ 35 คนหรือคิดเป็นจำนวนร้อยละ 8 ของคนไข้ทั้งผอง
    5.โรคของม้ามเองหรืออื่นอีก ปริมาณร้อยละ 9 ของผู้เจ็บป่วยทั้งผอง
    นอกจากนี้ขนาดของม้ามเปลี่ยนไปจากปกตินั้น ยังสามารถกำหนดถึงสาเหตุของความไม่ดีเหมือนปกติได้อีกด้วย โดยม้ามที่มีขนาดโตบางส่วนจนกระทั่งปานกลางอาจมีหลายกรณี แต่ม้ามที่มีขนาดโตมากมายๆ( massive หรือ huge splenomegaly ) มักมีเหตุมาจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังจำพวกไมอิลอยด์ ( Chronic Myelogenous Leukemia; CML ) โรคไขกระดูกเป็นพังผืดแรกเริ่ม ( Primary myelofibrosis ;PMF ) ธาลัสซีภรรยาเมเจอร์ ( Thalassemia Major ) โรคลิชมานิเอสิส ( Leishmaniasis ) เป็นโรคติดเชื้อโรคที่เกิดขึ้นจากปรสิต โปรโตซัว หรือโรคเกาเชอร์ ( Gaucher’s disease ) ที่เกิดขึ้นมาจากความไม่ปกติของการสั่งสมไขมัน ( lysosomal storage disease ) ฯลฯ ซึ่งถ้าเกิดม้ามมีขนาดที่ใหญ่มาให้ควรจะคิดถึงสาหตุกลุ่มนี้เป็นหลัก
    ม้าม ( SPLEEN ) เป็นอวัยวะทรงเรียวรีเหมือนเม็ดถั่ว ปฏิบัติหน้าที่ดึงธาตุเหล็กจากฮีโมโกลบินของเซลล์เม็ดเลือดแดงและก็นำของเสียออกมาจากเลือด slot
    วิธีซักเรื่องราวแล้วก็การตรวจสุขภาพ
    ซึ่งการซักเรื่องราวรวมทั้งกระทำตรวจสุขภาพคนไข้ที่เข้ารับการดูแลรักษา อาการม้ามโตจำต้องทำวิเคราะห์หาต้นเหตุของอาการม้ามโต จะพิจาณาอายุของคนไข้เป็นหลัก ร่วมกับขนาดและก็อาการที่เกิดขึ้นร่วมด้วย
    1.ถ้าเกิดผู้เจ็บป่วยเป็นโรคตับจำพวกเรื้อรังจากการดื่มสุราหรือสภาวะตับอักเสบ ย่อมมีการเสี่ยงที่โรคตับแข็งแล้วก็ม้ามโตจากสภาวะความดันเลือดในเส้นเลือดระบบเพียงพอร์ทัล ( Portal hypertension ) สูงเกิน 12 มิลลิเมตรได้
    2.ถ้าคนป่วยมีลักษณะไข้ อ่อนล้า เจ็บคอร่วมกับอาการม้ามโต อาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากการรับเชื้อ เป็นต้นว่า infectious mononucleosis หรือเชื้อไวรัสอื่นๆ
    3.ผู้เจ็บป่วยภาวการณ์เม็ดเลือดแดงข้น Polycythemia vera ที่ไขกระดูกของคนเจ็บทำสร้างเม็ดเลือดแดงไม่น้อยเลยทีเดียว แตกต่างจากปกติ บางทีอาจเจอม้ามมีขนาดโตเกิดขึ้นได้ ซึ่งคนไข้อาจมีอาการคันภายหลังอาบน้ำอุ่นร่วมด้วย
    4.คนเจ็บที่มีลักษณะอาการไข้ อ่อนแรง น้ำหนักต่ำลงอย่างเร็วหรือมีเหงื่ออกยามค่ำคืนมากมาย จะพบว่าอาการม้ามเพราะหลายโรครวมกัน อย่างเช่น โรคภูมิคุมกันบกพร่อง ( AIDS ) systemic lupus erythematosus , rheumatoid arthritis , sarcoidosis ไข้จับสั่น วัณโรค การรับเชื้อเชื้อไวรัส ( infectious mononucleosis , cytomegalovirus , hepatitis) โรคมะเร็งทางเลือดวิทยา ( chronic myeloid leukemia , chronic lymphocytic leukemia , hairy cell leukemia ) ซึ่งถ้าหากคนป่วยหายจากโรคที่กล่าวมานั้น ม้ามก็จะกลับมามีขนาดธรรมดารวมทั้งมีคุณภาพการทำงานดังเดิม
    5.คนไข้ที่มีลักษณะอาการม้ามโต แต่ว่ายังไม่สามารถที่จะกำหนดต้นสายปลายเหตุที่แจ่มแจ้งได้นั้น ควรจะทำตรวจเพิ่ม ดังเช่นว่า ยกตัวอย่างเช่น anti-HIV เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การพิสูจน์เลือด ดังเช่น CBC แล้วก็ blood smear แม้กระนั้นบางโอกาสการความไม่ปกติที่ได้จากการตรวจ CBC ก็ไม่อาจจะช่วยกำหนดต้นเหตุของอาการม้ามโตได้ เนื่องจากว่าค่าที่ได้จากการตรวจมักได้ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นภายหลังที่ม้ามโตแล้ว หรือค่าของเม็ดเลือดที่ต่ำมากมายหรือน้อยไม่ขึ้นก็ไม่ขึ้นกับขนาดม้ามที่โต แต่ว่าถ้าพบว่ามีภาวการณ์เม็ดเลือดขาวที่สูง Neutrophilia ตัวอย่างเช่น absolute neutrophil count >7,700/uL ในขณะที่มีการเจอหรือเปล่าเจอการเพิ่มจำนวนของ band form และก็ metamyelocyte (left shift) ให้ทำสันนิฐานว่าคนเจ็บม้ามโตเพราะเหตุว่าการได้รับเชื้อหรือเจอ toxic granule หรือ vacuoles ในเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลล์หรือบางคราวบางทีอาจเจอเชื้อในเรื่อง ได้แก่ มาเลเรียบาโทแนลโลสิส ( bartonellosis ) หรือบาบีสิโอสิส ( babesiosis ) แม้กระนั้นมีการเจอลักษณะเม็ดเลือดแดงที่ไม่ดีเหมือนปกติ อย่างเช่น เจอ Schistocytes ( fragmented red cells ) ที่เป็นเศษของเม็ดเลือดแดงที่มีฮีโมโกลบินนิดหน่อยหรือทั้งปวงหลุดแล้วก็สลายไป ทำให้เม็ดเลือดแดงมีหลายรูปร่างไปหรือเม็ดเลือดแดงมีการเปลี่ยน เนื่องจากว่าเส้นโลหิตที่มีขนาดเล็กมีการเปลี่ยนไปจากปกติ ซึ่งการรับเชื้อในกระแสโลหิตหรือการที่เม็ดเลือดแดงจับกุมกันเป็นกรุ๊ปเนื่องมาจาก cold agglutinins และก็บางทีอาจเจออะทิปปิเคิลลิ้มโฟไซต์ ( Atypical lymphocytes ) ใน infectious mononucleosis และก็บางทีอาจเจอ atypical lymphocytes ร่วมด้วยเรียกว่า Felty’s syndrome
    การตรวจเพิ่มอีกที่สามารถจะช่วยสำหรับในการวินิจฉัยโรคพื้นฐาน
    นอกเหนือจากการตรวจดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นแล้ว ยังมีการตรวจเพิ่มเติมอีกเพื่อใช้เพื่อการวินิจฉัยโรคพื้นฐานหรือเพื่อเป็นการการันตีเรื่องที่น่าสงสัยว่าเป็นจริงหรือเปล่าอีกด้วย
    1.การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หน้าอกแล้วก็ท้อง ในรายที่สงสัยโรคมะเร็งในอกหรือในท้อง ได้แก่ Lymphoma, hepatoma หรือกรณี advanced liver disease, portal hypertension