tripoweryoga

อาการไข้เฉียบพลัน

อาการไข้เฉียบพลัน

ลักษณะของการมีไข้กระทันหัน ( Acute Febrile illness : AFI )หมายถึงลักษณะของการมีไข้ที่ร่างกายมีอุณหภูมิมากยิ่งกว่า 37.2 องศาเซลเซียนในช่วงเวลาเช้ารวมทั้งอุณหภูมิ 37.7 ในเวลาเย็น ซึ่งลักษณะของการมีไข้ที่เกิดขึ้นภายในช่วงระยะเวลา 2 อาทิตย์ ซึ่งลักษณะของการมีไข้จะออกอาการให้มองเห็นแล้วก็สามารถกระทำการวิเคราะห์ได้ตั้งแต่เริ่มมีลักษณะไข้ ลักษณะของการมีไข้จำพวกนี้จะกำเนิดร่วมกับลักษณะของระบบอื่นเสมอ ดังเช่น อ่อนแรง เมื่อย ไม่อยากอาหาร อาเจียนหรืออ้วก ฯลฯ มักไม่กำเนิดลักษณะของการมีไข้เพียงอย่างเดียว แต่ว่าถ้าเกิดลักษณะของการมีไข้ที่เกิดขึ้นนานเกิน 2 อาทิตย์จะเรียกว่า “ ไข้ครึ่งทันควัน ( Subacute fever ) ”

เครดิตฟรี
ซึ่ง ลักษณะของการมีไข้รุนแรงที่แสดงออกมามักไม่สามารถที่จะกระทำการวิเคราะห์อย่างแจ่มแจ้ง ( Definite diagnosis ) ก็เลยจำเป็นต้องทำซักความเป็นมา กระทำตรวจสุขภาพและก็การตรวจทางห้องทดลองพื้นฐาน ดังเช่น การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ ( Complete Blood Count : CBC ) , การตรวจฉี่ ( Urinalysis หรือ UA ) , การตรวจเอกซเรย์หน้าอก ( chest x-ray , CXR ) ที่เรียกว่า ลักษณะของการมีไข้ฉับพลันที่ไม่รู้สำเหตุ ( Acute fever / pyrexia of unknown origin , AFUO ) หรือสภาวะไข้เแบบทันควันที่เมื่อทำตรวจแล้วไม่เจอการต่อว่าดเช้ือที่อวัยวะหรือระบบใด ( acute undifferentiated fever )
ลักษณะของการมีไข้ฉับพลัน จัดเป็นลักษณะการป่วยซึ่งสามารถพบมากที่สุด และก็มีปริมาณคนเจ็บที่เข้ามารับการรัษาทางด้านการแพทย์สูงที่สุดอีกอาการหนึ่ง ต้นเหตุของลักษณะของการมีไข้ฉับพลันมักกำเนิดเพราะโรคติดเชื้อ โดยยิ่งไปกว่านั้นการได้รับเชื้อในระบบฟุตบาทหายใจส่วนบน ซึ่งต้นเหตุสามารถแสดงหรือวิเคราะห์ได้จากแนวทางซักประวัติความเป็นมารวมทั้งการตรวจสุขภาพ ที่ก่อให้เกิดกรรมวิธีรักษาอย่างเห็นผล แต่ว่าบางโอกาสลักษณะของการมีไข้ทันควันที่เกิดขึ้นก็ไม่อาจจะวิเคราะห์หาต้นสายปลายเหตุได้ในช่วงแรก เหตุเพราะไม่ร่างกายยังไม่มีการแสดงอาการนำมาซึ่งการทำให้ตรวจไม่เจออาการหรือลักษณะที่ไม่ปกติ ฉะนั้นพื่อหาต้นสายปลายเหตุก็เลยต้องกระทำการตรวจทางห้องทดลองรวมทั้งกระทำการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด หมอก็เลยจะสามารถกระทำการวิเคราะห์มูลเหตุแล้วก็ทางสำหรับในการรักษาได้
การระบาดวิทยาของ AUF ที่มีอยู่ในประเทศไทย
กระทรวงสาธารณสุขมีการกล่าวว่ามีการเจอภาวการณ์ไข้ฉับพลันจำพวกที่ไม่เคยรู้สำเหตุ ( Acute fever of unknown origin, AFUO ) เยอะขึ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยพบว่าในปี พุทธศักราช2557 พบว่าในคนเจ็บหนึ่งแสนรายจะเป็นสภาวะจำพวกนี้ราว 575.47 ราย ซึ่งจำนวนร้อยละ 39-81 เพียงแค่นั้นซึ่งสามารถหาปัจจัยที่ทำให้มีการเกิดไข้จากการตรวจทางห้องทดลองได้ โดยพบว่าต้นสายปลายเหตุหลักของการเกิดไข้แบบฉับพลันหมายถึงการรับเชื้อ ยกตัวอย่างเช่น ไข้มาลาเรีย ( Malaria ) , โรคฉี่หนูหรือโรคเลปโตสไปโรซิส ( Leptospirosis ) , ไข้เลือดออก ( Dengue hemorrhagic fever ) , ริกเกตเชีย ( Rickettsia ) ฯลฯ ซึ่งอุบัติการณ์ของอาการที่เกิดขึ้นจะนาๆประการตามพื้นที่ที่ทำงานเรียนการเกิดโรค
โรคที่เป็นต้นเหตุของไข้ฉับพลัน
1.โรคติดเชื้อเชื้อไวรัส ( Virus ) ได้แก่ ไข้เดงกี ( dengue fever : DF )หรือไข้เดงกีประเภทร้ายแรง ( dengue hemorrhagic fever : DHF ) , อาการเหมือนจับไข้หวัดใหญ่ ( cute retroviral syndrome หรือ ARS ) , โรคติดเชื้ออีบีวี ( Epstein-Barr virus infection ) ฯลฯ ซึ่งลักษณะของการมีไข้กะทันหันที่เกิดขึ้นมาจากการได้รับเชื้อเชื้อไวรัสเป็นต้นเหตุที่พบมากที่สุด

สล็อต
2.โรคติดเชื้อในกรุ๊ปริกเก็ตเซีย ( Rickettsia ) ยกตัวอย่างเช่น โรคมูรีนไทฟัส ( murine typhus ) ที่มีลักษณะของลักษณะของการป่วยที่คล้ายกับไข้รากสาดใหญ่ แม้กระนั้นอาการที่เกิดขึ้นของโรคจะมีความร้ายแรงน้อยกว่า หรือโรคไข้รากสาดใหญ่หรือโรคสครับไทฟัส ( Scrub typhus ) ที่มักมีไรอ่อนเป็นพาหะนำโรค ซึ่งอาการโรคไข้รากสาดใหญ่จะมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับลักษณะของการมีอาการไข้รุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากการรับเชื้อเชื้อไวรัส
3.โรคติดเชื้อแบคทีเรีย ( Bacteria ) อาทิเช่น สภาวะเลือดเป็นพิษ ( Septicemia / Bacteremia ) ที่เกิด่จากการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้นว่า เชื้ออีโคไล ( Escherichia coli / E. Coli) , โรคสเตรปโทคอกวัวสิส ( Streptococcosis ) , โรคเมลิออยด์หรือโรคเมลิออยโดสิสที่เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรียเอ็งรมลบ Burkholderia pseudomallei , โรคติดเชื้อแบคทีเรียซัลโมเนลลา ( Salmonella spp. )
การตรวจวินิจฉัยโรคโดยการตรวจแอนติบอดีในน้ำเลือด ( Serology ) สามารถชี้ได้ว่าผู้เจ็บป่วยมีการติดโรคพวกนี้พร้อมมากยิ่งกว่า 1 จำพวกไหม แต่ว่ายังมีปัจจัยอื่นๆที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดลักษณะของการมีไข้กระทันหันที่มิได้มาจากการรับเชื้อ เป็นต้นว่า กรุ๊ปโรคแพ้ภูเขาไม่ตนเอง ( autoimmune disease ) ที่ได้โอกาสเจอได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นการหามูลเหตุที่กระจ่างก็เลยจำเป็นต้องกระทำตรวจเพิ่มอย่างมากหรือคนไข้ได้รับการดูแลและรักษาพื้นฐานมาแล้ว ถึงจะแน่ใจว่าลักษณะของการมีไข้ที่เกิดขึ้นนั้นมิได้มาจากการได้รับเชื้อ ( exclude infectious cause ) เพียงแค่นั้น
หนทางของการวิเคราะห์โรคที่เป็นต้นเหตุของ ไข้ทันควัน
ลักษณะของการมีไข้ที่เกิดขึ้นในผู้เจ็บป่วยส่วนใหญ่จะสามารถหายได้เองแล้วก็ช่องทางที่จะเกิดภาวะเข้าแทรกมีน้อยมาก แต่ว่าสำหรับในการติดโรคแบคทีเรียในกระแสโลหิตที่เจอได้น้อยมากนั้น เมื่อเกิดขึ้นคนเจ็บบางทีอาจเป็นโทษถึงชีวิตได้ ด้วยเหตุนี้การวิเคราะห์เพื่อหาต้นเหตุของภาวการณ์ลักษณะของการมีไข้ฉับพลันจะต้องอาศัยความรวดเร็วรวมทั้งถูกต้องแม่นยำ เพื่อจะได้กระทำการรักษาได้ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเจ็บที่ได้โอกาสสูงที่จะติดโรคแบคทีเรียในกระแสโลหิต อาทิเช่น คนไข้โรคไตเรื้อรัง คนป่วยโรคตับจำพวกเรื้อรัง คนป่วยที่ได้รับยากดภูมิต้านทาน คนป่วยโรคภูมิคุมกันบกพร่อง คนวัยแก่ ฯลฯ คนไข้ที่เข้ารับการดูแลรักษาด้วยด้วยภาวการณ์ไข้กระทันหันพื้นฐาน หมอหรือพยาบาลจำต้องประเมินว่าคนเจ็บมีสภาวะอาการที่เกิดขึ้นจากร่างกายมีปฏิกิริยาสนองตอบต่อการรับเชื้อ ( Systemic inflammatory response syndrome หรือ SIRS ) ซึ่งอาจจะเป็นผลให้มีภาวการณ์ติดเชื้อโรค ( Sepsis ) ซึ่งภาวการณ์นี้บางทีอาจเกิดขึ้นได้ภายหลังร่างกายมีการติดเชื้อโรคที่ร้ายแรงบางประเภท เพื่อต้านทานกับการเชื้อโรคที่เข้ามาภายในร่างกาย หรือเกิดภาวะสภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อโรค ( Septic Shock ) ที่เป็นสภาวะของอาการที่มักกำเนิดภายหลังจากมีการติดโรคในกระแสโลหิต ที่ทำให้ระดับความดันเลือดของร่างกายต่ำลงเปลี่ยนไปจากปกติ นำมาซึ่งการทำให้สาร
อาการแล้วก็ออกสิเจนในเลือดไม่สามารถที่จะไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆได้ สมรรถนะหลักการทำงานของอวัยวะเปลี่ยนไปจากปกติหรือลดน้อยลง บางโอกาสบางทีอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ด้วยเหตุนั้นเมื่อผู้เจ็บป่วยเข้ารับการดูแลและรักษาควรจะทำตรวจทางห้องทดลองพื้นฐานก่อน อย่างเช่น การเพาะเชื้อจากเลือด การส่งไปทำการตรวจแอนติบอดีในน้ำเลือดหรือวิทยาน้ำเหลือง ( Serology ) ตามลักษณะที่ชี้ของผู้เจ็บป่วย พร้อมด้วยให้ยาต่อต้านจุลินทรีย์แบบ empirical treatment แล้วก็ถ้าเกิดคนป่วยมีลักษณะอาการคงเดิมไม่ร้ายแรงมากมาย ควรจะกระทำการซักความเป็นมาและตรวจสุขภาพให้ถี่ถ้วน ก็เลยจะสามารถช่วยทำให้ผลของการวิเคราะห์เพื่อหาหนทางสำหรับการรักษาทำเป็นเร็วขึ้น

สล็อตออนไลน์
แนวทางในการซักเรื่องราวแล้วก็การตรวจสุขภาพ
1.แนวทางซักความเป็นมา
1.1 ช่วงเวลาสำหรับในการกำเนิดไข้ของคนไข้
ภาวการณ์กำเนิดไข้ชอบมีแบบอย่างรวมทั้งลักษณะที่ไม่เจาะจงเฉพาะเจาะจงกับโรคใดโรคหนึ่ง เว้นเสียแต่แต่โรคนั้นมีลักษณะชัดเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ โรคไข้เลือดออกที่จะทำให้จับไข้สูงทั้งวันนาน 3-7 วัน โดยที่ไม่สนองตอบต่อยาลดไข้หรือที่เรียกว่าไข้ลอย โรคมาลาเรียหรือการรับเชื้อในกระแสโลหิตที่เป็นไข้สูงหนาวสั่น โรคติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสที่มี ลักษณะของการมีไข้กะทันหันแม้กระนั้นถ้าเกิดร่างกายมีลักษณะอาการห่วยลงเร็วมากมีความหมายว่าได้โอกาสที่จะติดโรคแบคทีเรียสูง หรือโรคที่มีต้นเหตุเนื่องมาจากการได้รับเชื้อในเขตร้อน เป็นต้นว่า โรคไข้รากสาดใหญ่ หรือโรคสครับไทฟัส ( Scrub Typhus ) , โรคมูรีนไทฟัส ( murine typhus ) , โรคไข้ฉี่หนู ( Leptospira ) , โรคไข้เอนเทอริค ( Enteric fever ) , ไข้ทัยฟอยด์ ( Typhoid fever ) ฯลฯ ซึ่งลักษณะของการมีไข้ที่เกิดขึ้นจะดำรงอยู่ไม่นานเกิน 2 อาทิตย์ เมื่อรู้ลักษณะของการเกิดอาการไข้แล้ว จำเป็นต้องพิจารณาอาการร่วมที่เกิดให้ครบสมบูรณ์ด้วย โดยเฉพาะระบบที่มักมีการติดเชื้อโรคกระทั่งเป็นต้นเหตุของไข้ ได้แก่ ระบบทางเท้าหายใจ ระบบฟุตบาทเยี่ยว ระบบขยายพันธุ์ ระบบข้อ ระบบกล้าม ระบบประสาท การเกิดผื่นหรือแผลที่รอบๆผิวหนัง ฯลฯ
1.2 เรื่องราวสัมผัสโรค
1.2.1 อาชีพ ถิ่นฐานกำเนิด รูปแบบของที่พักที่อาศัย ด้วยเหตุว่าบางอาชีพมีการเสี่ยงที่จะสัมผัสกับโรคบางประเภท อย่างเช่น กสิกร เกษตรกร เกษตรกร หรือคนที่จำเป็นต้องดำเนินงานเกี่ยวกับพื้นดิน ในพื้นที่ที่มีการเสี่ยงอย่างภาคอีสานที่มีการเสี่ยงสำหรับในการติดโรคเมลิออยด์ หรือ โรคเมลิออยโดสิส ( Melioidosis ) ที่เกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรียมึงรมลบ Burkholderia pseudomallei หรือผู้กระทำเกี่ยวกับปศุสัตว์หรือจำเป็นต้องอยู่ในเขตพื้นที่น้ำนอง ย่อมีการเสี่ยงต่อโรคเลปโตสไปโรสิส ( Leptospirosis ) หรือโรคฉี่หนู หรือในพื้นที่มีความชุกของเชื้อไวรัสบางประเภทย่อมมีการเสี่ยงสำหรับการติดโรคเชื้อไวรัสได้ ดังเช่นว่า โรคชิคุนกุนยา ( chikungunya ) หรือรอบๆพื้นที่ภาคใต้หรือที่ลุ่มน้ำนองที่มีการระบาดของโรค ตัวอย่างเช่น โรคไข้จับสั่นเมื่อเดินทางเข้าป่า ฯลฯ
1.2.2 การสัมผัสสัตว์ที่มีการเสี่ยงหรืออยู่ภายในเขตพื้นที่มีสัตว์พาหะอาศัยอยู่ อาทิเช่น หนูที่เป็นพาหะหรือในฟาร์มปศุสัตว์ ตัวอย่างเช่น วัว ควาย หมู ที่นำโรคมูรีนไทฟัส ( murine typhus ) หรือโรคฉี่หนู ( Leptospirosis ) การทำงานในฟาร์มหมูหรือสถานที่จำเป็นต้องเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหมูดิบ จะมีการเสี่ยงสำหรับการได้รับเชื้อไข้หูดับหรือโรคติดเชื้อสเตรปโตคอกคัส ซูอิส ( Streptococcus suis ) , การโดนสัตว์ที่มีเชื้อโรคกัด เป็นต้นว่า โรคพิษสุนัขบ้าจากสัตว์กินนม, โรคเฮโมรายิกเซพติเตียนกซีภรรยา ( Hemorrhagic Septicemia ) ที่เกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรียพาสทูเรลลา มัลโตสิดา ( Pasteurella multocida ) และก็การได้รับเชื้อแบคทีเรีย Capnocytophaga carnimorsus จากการเลียของหมารวมทั้งแมว, โรคไข้หนูกัด ( Rat bite fever )ที่เกิดจากาความรักดเชื้อ Spirillum minus และก็ Streptobacillus moniliformis ที่อยู่ด้านในโพรงปากของหนู [NPC4]
1.2.3 การสัมผัสกับผู้เจ็บป่วยที่อยู่ในครอบครัว ในชุมชนหรือเพื่อนผู้ร่วมการทำงานที่มีลักษณะเสมือนในตอนช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อย่างเช่น ลักษณะของการมีไข้เลือดไหล ฯลฯ
1.2.4 การกินอาหาร ของกินบางประเภทอาจมีพาหะที่นำโรคสู่คนได้ หากของกินที่กินมิได้ผ่านความร้อนที่พอเพียง โดยยิ่งไปกว่านั้นการกินอาหารดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบจะนำไปสู่เชื้อโรคต่างๆตัวอย่างเช่น เชื้อสเตรปโตคอกคัส ซูอิส ( Streptococcus suis / S.suis ) ที่มีอยู่ในเนื้อหมูดิบ ที่ก่อให้เกิดไข้หูดับ , เชื้อแบคทีเรีย brucellosis จากการดื่มนมแพะที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ที่ก่อให้เกิดโรคแท้งติดต่อ
1.2.5 ความประพฤติปฏิบัติทางเพศ การเปลี่ยนคู่รักบ่อยๆแล้วก็ร่วมเพศโดยมิได้ใช้ถุงยางจะมีผลให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อบางประเภทที่กระตุ้นให้เกิดลักษณะของการมีไข้ทันควัน
การตรวจตราเรื่องราวสัมผัสโรคสามารถช่วยชี้พื้นฐานได้ว่า ภาวการณ์ไข้ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันจะเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากสิ่งใด แล้วก็เป็นการติดเชื้อโรคจำพวกใดได้ ซึ่งสำหรับในการพิเคราะห์จำต้องพิจารณาถึงความเกี่ยวข้องระหว่างช่วงเวลาที่มีการสัมผัสกับเชื้อโรคกับช่วงเวลาที่โรคแสดงออกมาด้วย ว่าเชื้อที่ได้รับมานั้นยังอยู่ในระยะฟักตัวของเชื้อใช่หรือไม่
1.3 เรื่องราวฉีดยาแล้วก็ยา
การสำรวจประวัติความเป็นมาสำหรับในการฉีดยาก่อนจะเข้ามารักษาโดยใช้ไข้รุนแรง ยกตัวอย่างเช่น ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบ ( Japanese encephalitis ) เป็นการช่วยให้ที่มาของลักษณะของการมีไข้แคบลง เพราะเหตุว่าเมื่อกระทำฉีดยามาแล้วช่องทางที่จะเป็นโรคดังที่กล่าวผ่านมาแล้วจะลดน้อยลง หรือการได้รับยาคลินดามัยสิน ( Clindamycin ) ก่อนจะมีการท้องเดินร่วมกับการเป็นไข้ จะมีผลให้สมมุตฐานพื้นฐานได้ว่าบางทีอาจเป็น Pseudomembranous colitis ( PMC ) โน่นเป็นมีการติดเชื้อโรคแบคทีเรียชื่อ Clostridium difficile ที่รอบๆลำไส้ใหญ่ หรือการที่เป็นไข้ภายหลังได้รับยาที่อยู่ในกรุ๊ป เตตราไซคลีน ( Tetracycline ) หรือยาในกรุ๊ปดอกซีไซคลิน ( Doxycycline ) ทำให้ตั้งข้อสมมติฐานได้ว่าได้โอกาสที่จะติดเชื้อโรค rickettsial infection ได้ลดลง เนื่องจากยากลุ่มนี้สนองตอบต่อยาอีกทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้ดิบได้ดีมากมาย[NPC5]
1.4 สภาวะแล้วก็โรคประจำตัวของคนป่วย
คนไข้ที่มีสภาวะภูมิต้านทานของร่างกายแตกต่างจากปกติ ย่อมีการเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อที่มีความร้ายแรงสูงยิ่งกว่าคนที่มีภูมิต้านทานของร่างกายธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนเจ็บที่มีการค