tripoweryoga

การป้องกันอาการตัวเขียว

การป้องกันอาการตัวเขียว

อาการตัวเขียว ( Cyanosis )หมายถึงอาการซึ่งสามารถเจอได้ในเวชปฏิบัติ เป็นอาการที่เยื่อเกิดภาวะขาดออกสิเจน ก็เลยทำให้เยื่อมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีสีที่คล้ำลง แล้วก็เมื่อมีภาวการณ์ตัวเขียวเกิดขึ้นกับรอบๆเยื่อที่อยู่ใกล้กับผิวหนังหรือเยื่อบุที่รอบๆโพรงปาก พวกเราจะสามารถพินิจได้ว่าที่ส่วนของลำตัว ริมฝีปาก มือ เท้า เล็บจะมีการกลายเป็นสีเขียวคล้ำ

เครดิตฟรี
โดยคนป่วยที่เข้ารับการดูแลรักษาอาการจะมีทั้งๆที่เป็นแบบอาการอ่อนรังหรือแบบอาการทันควันที่จำต้องได้รับการดูแลและรักษาแบบเร่งด่วน เพราะฉะนั้นเพื่อการดูแลและรักษาที่การวิเคราะห์แล้วก็การดูแลรักษาที่ถูกแล้ว จะต้องทำซักความเป็นมาหรือทำตรวจสุขภาพ เพราะเหตุว่าแนวทางซักความเป็นมาแล้วก็การตรวจสุขภาพจะสามารถช่วยทำให้หมอกระทำวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ พร้อมด้วยเจาะจงทางรักษาที่ถูกเหมาะสมกับคนไข้ภาวการณ์ตัวเขียวที่เข้ามารักษาได้
ที่มาของอาการเขียว
อาการเขียวมีมูลเหตุหลายชนิดซึ่งอาจจะมีการเกิดขึ้นเฉพาะที่จากการบวมช้ำ พรายย้ำ โรคผิวหนัง การตีบของเส้นเลือดเฉพาะที่ หรือจากมูลเหตุอื่นๆหรืออาการเขียวอาจจะมีการเกิดขึ้นทั่วร่างกายจากการขาดออกสิเจนหรือขาดอากาศหายใจ โรคปอด โรคหัวใจ ได้รับพิษ หรือต้นสายปลายเหตุอื่นๆ

  1. เขียวด้วยเหตุว่าขาดออกสิเจน (cyanosis) : มีเหตุที่เกิดจากฮีโมโกลบินอยู่ในภาวะที่ขาดออกสิเจนจำนวนไม่ใช่น้อย ก็เลยทำให้เม็ดเลือดแดงจะเปลี่ยนแปลงจากสีแดงสดเป็นสีแดงดำ หรือสีม่วง ซึ่งบางทีอาจเจอได้ทั่วร่างกายหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง
  2. เขียวเพราะว่าบวมช้ำ (bruise) : เมื่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายถูกกระทบกระแทกแรงๆส่วนนั้นบางทีอาจกำเนิดเป็นรอยช้ำมองเห็นเป็นสีเขียวได้ เพราะเหตุว่ามีเลือดไหลอยู่ใต้ผิวหนัง
  3. เขียวเพราะว่าพรายย้ำ (purpura) : พรายย้ำหมายถึงการมีเลือดไหลใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจเป็นเพราะเนื่องจากเลือดแข็งยาก เยื่อใต้ผิวหนังไม่แข็งแรง ยกตัวอย่างเช่น ในผู้สูงอายุ ในสตรีบางบุคคลที่มักเป็นรอยจ้ำเขียวๆตามแขนขา ฯลฯ
  4. เขียวเพราะเหตุว่าต้นสายปลายเหตุอื่นๆตัวอย่างเช่น ปาน โรคผิวหนังบางจำพวก ภาวการณ์ถูกพิษ ฯลฯสล็อต
    การแบ่งระดับหรือชนิดของภาวการณ์ตัวเขียว ( Definition and Classification )
    สภาวะตัวเขียว คือ สภาวะความอิ่มตัวออกสิเจนของฮีโมโกลบินในเส้นเลือดแดงต่ำ ( Arterial oxygen desaturation ) โดยเมื่อมีภาวการณ์ตัวเขียวจะตรวจเจอว่ามีค่า Arterial oxygen saturation ( SaO2 ) ต่ำยิ่งกว่าจำนวนร้อยละ 85หรือหรูหราจำนวนของฮีโมโกลบินที่ปล่อยออกสิเจนออกไปแล้ว(Absolute level of deoxyhemoglobin)ที่กลับมาจับกับคาร์บอนไดออกไซต์ ( Carbon dioxide ) โดยที่รอบๆเส้นใยกล้ามที่ปฏิบัติภารกิจสำหรับในการรับส่งเซลล์เม็ดเลือดแดงเพื่อกระทำการแลกออกสิเจน ( Oxygen )กับคาร์บอนไดออกไซด์( Carbon dioxide ) หรือที่เรียกว่ารอบๆร่างแหแคปปิลาปรี่ ( Capillary beds ) มีค่ามากยิ่งกว่า 5 g/100 mL สำหรับในกรณีที่คนป่วยมีสภาวะซีดเซียว ( Anemia ) เมื่อกระทำตรวจจอาจพบว่า ค่า Arterial oxygen saturation ( SaO2 ) มีค่าต่ำยิ่งกว่า 85% แต่ว่าคนป่วยยังไม่มีการแสดงสภาวะเขียวออกมา ด้วยเหตุว่าค่า Absolute level of deoxyhemoglobin ที่อยู่ในรอบๆ capillary bed มีค่าต่ำ ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยสามารถกระทำการแบ่งสภาวะเขียว ( Cyanosis ) ออกเป็น 2 แบบ ร่วมกัน เป็น
    1.อาการเขียวรอบๆศูนย์กลาง ( Central cyanosis )
    อาการตัวเขียวหมายถึงสภาวะนี้เมื่อกระทำการตรวจสุขภาพจะพบว่าร่างกายมีสภาวะเขียวที่รอบๆผิวหนังและก็เยื่อเมือกบุ ( mucous membrane ) ตัวอย่างเช่น รอบๆลิ้น ซึ่งต้นสายปลายเหตุที่ก่อให้เกิดสภาวะ Central Cyanosis มีอยู่ร่วมกันหลายเหตุ เป็นสล็อตออนไลน์
    1.1 ภาวการณ์ความดันบรรยากาศลดน้อยลง ( Decreased atmospheric pressure ) เกิดขึ้นเมื่อจำเป็นต้องขึ้นไปอยู่ในเขตพื้นที่สูง ( High Altitude ) รวมทั้งสามารถเริ่มเจออาการพอดีระดับความสูงมากยิ่งกว่า 2,500 เมตรหรือ8,000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล รวมทั้งที่ความสูงโดยประมาณ 5,000 เมตรหรือ16,000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล เมื่อทำวัดค่า FiO2 ที่รอบๆดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วจะมีค่าราวๆ 85 mmHg ค่าออกสิเจนในถุงลมปอด ( Alveolar PO2 หรือPaO2 ) จะต้องมีค่าอยู่ที่ราวๆ 50 mmHg รวมทั้งค่าความอิ่มตัวออกสิเจนของฮีโมโกลบินในเส้นเลือดแดง ( Arterial oxygen saturation หรือ SaO2 ) มีค่าอยู่ที่ราวปริมาณร้อยละ 75 ซึ่งจะก่อให้ปริมาณร้อยละ 25ของฮีโมโกบิน ( Hemoglobin ) ที่อยู่ในเส้นเลือดที่นำเลือดไหลจากหัวใจ ( Arterialblood ) แปลงเป็นสารอินทรีย์ที่เป็นตัวให้อิเล็คตรอน ( Reduce form ) ก็เลยทำให้ค่าความอิ่มตัวออกสิเจนของฮีโมโกลบินในเส้นโลหิตแดงลดลง
    1.2 สภาวะPulmonary Function Impaired pulmonary function
    ที่การกำซาบหรือมีสาเหตุมาจากกรรมวิธีการขนส่งสารอาหารของเลือดแดงจากเส้นโลหิตแดงไปยังกิ่งก้านสาขาเส้นเลือดฝอยในเยื่อ ( Perfusion ) ของไม่อาจจะกระทำการระบายหรือ unventilated หรือ poorly ventilated areas หรือสภาวะที่คนไข้หายใจต่ำลง ทำให้จำนวนของคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ก็เลยนำมาซึ่งการทำให้จำนวนของออกสิเจนที่อยู่ในถุงลมปอด ( PAO2 ) มีค่าลดน้อยลง ( Alveolar Hypoventilation ) จัดเป็นต้นเหตุที่เป็นเหตุให้เกิดสภาวะเขียวได้บ่อย ซึ่งสภาวะตัวเขียวที่เกิดขึ้นมีการกำเนิดได้ 2 แบบ เป็น
    1.2.1 แบบกระทันหัน ดังเช่นว่า สภาวะ extensive pneumonia, pulmonary edema หรือโรคลิ่มเลือดอุดกันในเส้นโลหิตปอด ( Pulmonary Embolism )
    1.2.2 กำเนิดแบบเรื้อรัง ตัวอย่างเช่น ภาวการณ์ถุงลมโป่งพอง ( Emphysema ) ที่เป็นแบบเรื้อรัง ( Chronic ) พบได้ทั่วไปว่าคนป่วยจะมีลักษณะนิ้วปุ้ม ( Clubbing of the fingers ) และก็การที่ร่างกายได้รับสารกระตุ้นที่ใช้สำหรับในการสร้างเม็ดเลือดเพิ่มสูงมากขึ้น ( Secondary Polycythemia ) ร่วมด้วย สำหรับคนเจ็บที่เป็นโรคปอดอุดกันเรื้อรัง ( Chronic obstructive pulmonary disease หรือ COPD ) แล้วก็ obliteration of the capillary vascular bed ที่ทำให้กระแสโลหิตไม่อาจจะไปหล่อเลี้ยงที่รอบๆ underventilated areas ก็เลยไม่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดภาวการณ์ Central cyanosisjumboslot
    1.3 ภาวการณ์ Shunting of systemic venous blood into arterial circuit
    ที่มีต้นสายปลายเหตุมีเหตุที่เกิดจากโรคหัวใจทุพพลภาพโดยกำเนิด ( Congenital Heart Disease ) เป็นประเภทที่มีภาวการณ์ Central cyanosis เพราะเหตุว่าในสถานการณ์ธรรมดาการไหลเวียนของโลหิตจะมีการไหลจากที่ที่มีความดันสูงยิ่งกว่าไปสู่รอบๆที่มีความดันที่ต่ำกว่า ( higher pressure to lower pressure region ) ทว่าในคนที่เป็นโรคหัวใจทุพพลภาพโดยกำเนิด ( Congenital Heart Disease ) ที่มี right to left shunt เกิดขึ้นร่วมกับการอุดตันที่รอบๆส่วนปลาย ( obstructive lesion distal downstream to defect ) ตัวอย่างเช่น tetralogy of Fallot ( ventricular septal defect รวมทั้ง pulmonary outflow tract obstruction ) ซึ่งอาจมีสภาวะความดันเลือดข้างในเส้นเลือดที่ไปสู่ปอดสูง ( elevated pulmonary vascular resistance ) เกิดขึ้นร่วมได้ เพราะฉะนั้นความร้ายแรงที่เกิดขึ้นมาจากภาวการณ์เขียวของ tetralogy of Fallot จะมีความเชื่อมโยงกับความร้ายแรงของ pulmonary outflow tract obstruction ด้วย
    1.4 ภาวการณ์กรุ๊ปอาการไอเซนเมนเกอร์ ( Eisenmenger syndrome )
    ภาวการณ์ซึ่งมีสาเหตุจากการที่สภาวะทางเชื่อมจากซ้ายไปขวาที่เกิดขึ้นจากโรคหัวใจทุพพลภาพโดยกำเนิดนำมาซึ่งการไหลของเลือดไปยังเส้นเลือดของปอดมากมายกระทั่งทำให้มีความดันเส้นเลือดพัลโมนารีสูง ซึ่งเป็นภาวการณ์ pulmonary vascular obstructive disease ที่เกิดขึ้นมาจาก large preexisting left-to-right shunt ตัวอย่างเช่น large PDA large VSD, large ASD ที่เกิดร่วมกับสภาวะเส้นเลือดในปอดมีการเปลี่ยน ( pulmonary vasculature remodeling ) ซึ่งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดภาวการณ์ pulmonary artery pressures สูงมากขึ้นได้ ก็เลยทำให้มีค่าพอๆกับค่า systemic levels แล้วก็แนวทาง ( direction ) ของ flow ทำให้ร่างกายภาวการณ์ bidirectional หรือ right to leftslot
    1.5 สภาวะ Differential cyanosis
    เป็น สภาวะเขียวที่เกิดขึ้นที่รอบๆกระดูกระยางค์ข้างล่าง ( Lower Extremities ) หรือกระดูกของขามีทั้งผอง 62 ชิ้น แต่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับรอบๆกระดูกระยางค์ส่วนบน ( Upper Extremities ) หรือกระดูกของแขนที่มีทั้งหมดทั้งปวง 64 ชิ้น ซึ่งภาวการณ์เขียวนี้สามารถเจอได้ในผู้เจ็บป่วยโรคโรคเส้นเลือดหัวใจเกิน ( Patent ductus arteriosus: PDA ) ที่เป็นความแตกต่างจากปกติในส่วนของเส้นโลหิตดักตัส-อาร์เทอริโอซัส ( ductus arteriosus ) ที่ปฏิบัติภารกิจเชื่อมระหว่างส่วนของเส้นโลหิตแดงใหญ่และก็ส่วนของเส้นโลหิตปอด มีการเปิดอยู่หรือมีการปิดไม่สนิท ซึ่งมักกำเนิดร่วมกับสภาวะความดันเส้นเลือดแดงปอดสูง ( pulmonary arterial hypertension, PAH ) ซึ่งเป็นสภาวะที่ความดันเฉลี่ยของเส้นโลหิตแดงในปอด ( mPAP ) มีค่าพอๆกับหรือมีค่าสูงขึ้นยิ่งกว่า 25 มิลลิเมตร หรือร่วมกับ right to left shunt ได้ด้วยเหมือนกัน
    ภาวการณ์ความไม่ดีเหมือนปกติในเชิงประสิทธิภาพ ( abnormal hemoglobin ) อาทิเช่น สภาวะมันข้นฮีโมโกลบินในเลือด ( Methemoglobinemia ), Sulfhemoglobinemia ซึ่งสภาวะเขียวที่เจอนั้นมิได้เกิดจากความไม่ปกติของระบบไหลเวียน ( Circulation ) หรืออัตราการหายใจ ( Respiratory ) แล้วก็เมื่อกระทำตรวจสุขภาพก็จะไม่เจอสภาวะนิ้วปุ้ม ( Clubbing of the fingers ) อีกด้วย หรือในคนเจ็บที่เลือดมีเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล เมื่อมีการสัมผัสกับอากาศด้านนอกจะเรียกภาวการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่า “ Methemoglobinemia ”
    อาการเขียวเมื่อทำตรวจสุขภาพจะพบว่าร่างกายมีภาวการณ์เขียว ที่รอบๆผิวหนังแล้วก็เยื่อเมือกบุ