tripoweryoga

อาการผื่นแพ้บนผิวหนัง

อาการผื่นแพ้บนผิวหนัง

อาการผื่นผิวหนัง ( Maculopapular eruption )เป็นกรุ๊ปอาการที่มีการแสดงออกเป็นผื่นนูน ตุ่ม ผื่นแบนหรือรอยแดง ที่มีการกระจัดกระจายบนผิวหนังตามส่วนต่างๆทั่วรอบๆของร่างกายอย่างกระทันหัน ( acute generalized eruption ) เว้นแต่คำนี้แล้ว อาการผื่นผิวหนังที่แสดงออกมา ยังสามารถใช้คำว่า exanthematous หรือ morbiliform eruption โดยสื่อความหมายอย่างเดียวกัน

เครดิตฟรี
ต้นเหตุของการเกิดผื่น
การสังเกตหรือประเมินลักษณะของคนป่วยที่เข้ารับการดูแลและรักษาด้วยอาการผื่นบนผิวหนัง ( Maculopapular eruption ) นอกเหนือจากการที่จะสามารถทำพิจารณาจากรูปแบบของผื่นที่เกิดขึ้นแล้ว ยังจะต้องดูลักษณะสำหรับเพื่อการกระจายตัวของผื่น ( distribution ) ร่วมด้วย ว่ามีลักษณะผู้กระทำระจายตัวอยู่ที่รอบๆใดของร่างกาย ช่วงเวลาที่มีการเกิดผื่นนานเท่าไรและก็มีลักษณะอาการใดเกิดขึ้นร่วมด้วยไหม อย่างเช่น ลักษณะของการมีไข้ อาการไอ อาการต่อน้ำเหลืองโต หรือมีแผลในปาก รวมทั้งเรื่องราวกินยาก่อนหน้าที่จะกำเนิดอาการผื่น ซึ่งรูปแบบของผื่นผิวหนัง สามารถทำแบ่งได้เป็น 6 กรุ๊ป ตามสิ่งที่ทำให้เกิดการเกิดผื่น ได้ดังต่อไปนี้
1.ไข้เป็นผื่น ( Viral Exanthem ) การรับเชื้อเชื้อไวรัสที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดไข้ นำมาซึ่งการทำให้มีผื่นเป็นจุดสีชมพูไปจนกระทั่งสีแดง ซึ่งไม่มีอาการคันร่วมด้วย ดังเช่น Viral Exanthem, Common esanthems ฯลฯ
2.ผื่นแพ้ยา ( Maculopapular drug eruption )หมายถึงอาการข้างๆที่เกิดขึ้นมาจากการกินยาบางจำพวก ทำให้ร่างกายกำเนิดความไม่ปกติเป็นผื่นหรือตุ่มตามผิวหนัง
3.โรคติดเชื้อริกเกตเซีย ( Rickettsial infection )หมายถึงโรคที่เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากเชื้อ Rickettsial ซึ่งมีลักษณะครึ่งพืชครึ่งสัตว์ โดยขนาดของเชื้อโรคจะขนาดเล็กกว่าเชื้อแบคทีเรียแม้กระนั้นมีขนาดใหญ่กว่าเชื้อไวรัส ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยมีภาวะครึ่งแบคทีเรีย ครึ่งหนึ่งเชื้อไวรัส อาทิเช่น ไข้รากสาดใหญ่ ฯลฯ
4.โรคซิฟิลิสระยะลำดับที่สอง ( Secondary syphilis ) ที่ช่วงนี้ ร่างกายจะกำเนิด ผื่นผิวหนังหรือตุ่มนูน ที่มีลักษณะเหมือนหูด เกิดขึ้นที่รอบๆฝ่ามือแล้วก็ฝ่าตีน ของลับ และก็ส่วนอื่นทั่วร่างกาย

  1. ภาวการณ์สะเต็มเซลล์ใหม่ต้านทานร่างกายฉับพลัน ( Acute Graft versus host disease หรือ Acute GVHD )เป็นสภาวะที่ร่างกายเกิดผื่น ซึ่งได้ผลข้างๆที่เกิดขึ้นสำหรับในการรักษาด้วยการใช้การเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกหรือสะเต็มเซลล์จากเลือด
    6.ระยะเริ่มต้นเริ่มของการได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง ( Acute retroviral syndrome ) สำหรับคนที่ติดเชื้อโรคเฮชไอวี ( HIV ) ในระยะเริ่มต้นจนกว่าร่างกายเริ่มมีการสร้างแอนติบอดี ( antibody ) คนป่วยจะมีผื่นขึ้นร่วมกับอาการอื่นๆสล็อต
    ลักษณะของการเกิดอาการผื่นผิวหนังที่เกิด
    ซึ่งการแสดงออกของผื่นผิวหนัง จะมีการแสดงออกที่ไม่เหมือนกันออกไปตามที่มาของการเดผื่น ซึ่งลักษณะอาการที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
    1.ไข้เป็นผื่น ( Viral Exanthems ) การเกิดผื่นด้วยเหตุว่าการติดเชื้อเชื้อไวรัสจนกระทั่งร่างกายกำเนิดลักษณะของการมีไข้ สามารถแบ่งตามประเภทของโรคที่นำไปสู่ไข้ เป็น
    1.1 โรคฝึก ( Measles )
    โรคฝึกสามารถพบได้ทั่วไปในเด็กที่อยู่ในช่วงอายุ 1 – 4 ปี แต่ว่าด้วยความเจริญก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ได้มีการปรับปรุงวัคฉีดเพื่อปกป้องโรคฝึกฝนในเด็ก ทำให้มีเด็กป่วยด้วยโรคฝึกฝนลดน้อยลงมากมาย ซึ่งอาการนำ ( Prodrome ) ในระยะแรกเป็นเป็นไข้ ไอ มีขี้หูขี้ตา และก็ภายหลังออกอาการ 3-4 วัน จะเริ่มมีตุ่มขนาด 1 – 3 มม. โดยที่ตุ่มจะมีลักษณะเป็นจุดขาวเทา ซึ่งมักพบที่รอบๆกระพุ้งแก้มข้างหลังฟันกรามซึ่งลำดับที่สอง ที่เรียกว่า “ Koplik’s spot ” ตุ่มรูปแบบนี้เป็นตุ่มเอกลักษณ์ของโรคฝึก ซึ่ง Koplik’S spot เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนจะกำเนิดไข้จนกระทั่งวันที่ 2 ของอาการ ภายหลังโน่นในวันที่ 4 เป็นต้นไป ผื่นจะแพร่ระบาดไปทั่วตัว จากรอบๆข้างหลังหู ไปที่ไรผมรวมทั้งลงไปที่ส่วนของลำตัว ( Cephalocaudal direction ) โดยยิ่งไปกว่านั้นที่ใบหน้าและก็คอจะมีจำนวนของผื่นสูงที่สุด ถัดมาเมื่อผื่นเกิดขึ้นทั่วลำตัวจนกระทั่งรอบๆเท้า ลักษณะของการมีไข้ที่เกิดขึ้นก็จะหายไปได้เอง แล้วก็ผื่นที่เกิดขึ้นก็จะเริ่มจางลงตามไปด้วย ตอนนี้ต่อให้มีวัคฉีดคุ้มครองปกป้องโรคฝึก แต่ว่าโรคฝึกก็ได้มีการปรับปรุงสายพันธุ์ที่ไม่เหมือนกันกับเดิม ได้แก่ โรคฝึกหัด atypical ( atypical measles ) ที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสจากด้านนอก ( wild type virus ) หรือความผิดพลาดขอ
    งระบบภูมิต้านทานนิดหน่อย ( partial immunity ) ซึ่งจะเป็นไข้สูง ไอแล้วก็มีรอยโรคเกิดขึ้นในปอด แม้กระนั้นจะไม่เจออาการตาแดงหรือมีขี้หูขี้ตาเกิดขึ้น ส่วนผื่นที่เกิดขึ้นบางทีอาจเจอจุดเลือดไหล ( petechiae ) ที่รอบๆปลายมือปลายตีน รวมทั้งยังมีลักษณะเท้าบวมเกิดขึ้นด้วยสล็อตออนไลน์
    1.2 โรคเหือด ( Rubella, German measles )
    เมื่อกำเนิดในเด็กหรือคนแก่จะมีลักษณะที่อันตราย แม้กระนั้นถ้าหากจากการได้รับเชื้อจากคุณแม่สู่เด็กทารกที่อยู่ในท้องจะเป็นโทษต่อทารกในท้องซึ่งรุนแรงถึงขั้นเด็กอ่อนเสียชีวิตได้ โดยอาการนำ ( Prodrome ) ที่เกิดขึ้นในตอน 5 วันแรก จะเป็นไข้ ปวดหัว ไอ มีน้ำมูก เมื่อไข้ต่ำลงที่ใบหน้าจะเริ่มมีผื่นสีชมพู ( Rose-pink ) แล้วก็เริ่มกระจายตัว ( Cephalocaudal direction ) ลงไปที่รอบๆลำตัว ซึ่งจะเจอผื่นที่เยื่อบุปากที่มีลักษณะเป็นจุดเลือดไหลที่รอบๆเพดานอ่อน ( Forchheimer’s spot ) ซึ่ง ผื่นผิวหนังจะหายไปภายหลังมีลักษณะอาการ 2-3 วัน นอกจากยังมีลักษณะต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วย ซึ่งต่อมน้ำเหลืองที่มักมีลักษณะโตเป็นต่อมน้ำเหลืองกำดัน ( occipital lymph nodes ), ต่อมน้ำเหลืองข้างหลังใบหู ( Posterior auricular ), ต่อมน้ำเหลืองรอบๆคอส่วนบน ( cervical ) เกิดขึ้นร่วมด้วย เว้นเสียแต่อาการดังกล่าวข้างต้นแล้วยังมีภาวะแทรกซ้อนที่ไม่อันตรายรวมทั้งสามารถพบมาก อาทิเช่น ปวดข้อ ข้ออักเสบ หรือภาวะแทรกซ้อนที่เป็นโทษที่เจอได้น้อย ได้แก่ อาการตับอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อาการเม็ดเลือดแดงเพราะว่าสมองอักเสบ ซึ่งอาการสอดแทรกที่เกิดขึ้นจะพบมากในผู้เจ็บป่วยผู้หญิงมากยิ่งกว่าคนไข้ผู้ชายอีกด้วย
    1.3 โรคฟิฟธ์ ( Fifth Disease ) หรือ Erythema Infectiosum หรือ Parvovirus B19 infection
    โรคฟิฟธ์เป็นโรคที่สมารถยนต์พบบ่อยในเด็ก กำเนิดเหตุเพราะการรับเชื้อเชื้อไวรัส Parvovirus B19 ในส่วนระบบทางเท้าหายใจแล้วมีการแพร่ขยายไปสู่กระแสโลหิต ( Viremia ) นำมาซึ่งการทำให้มีการผลิตเม็ดเลือดน้อยลง ( Reticuloctopenia ) ในเวลาถัดมาเมื่อเชื้อเข้าสูกระแสโลหิตจะมีการสร้างแอนติบอดี ( Antibody,IgM ) นำมาซึ่งการทำให้คนเจ็บมีลักษณะอาการปวดข้อ สำหรับผู้เจ็บป่วยที่มีภาวการณ์ธาลัสซีภรรยา ภาวการณ์ซีดเผือดจากการขาดธาตุเหล็ก คนที่มีภาวการณ์เม็ดเลือดแดงต่ำ หรือคนที่ติดเชื้อโรค HIV คนเจ็บที่ได้รักการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก จะมีเม็ดเลือดแดงและก็เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย ( Aplastic crisis ) นำมาซึ่งการก่อให้เกิดผื่นแดงเกิดขึ้นที่ใบหน้าที่เรียกว่า “ Slapped cheek ” โดยคนเจ็บจะมีลักษณะอาการไข้ต่ำ เมื่อยกล้าม ปวดหัว ปวดข้อรวมทั้งมีผื่นแดงที่ใบหน้าเป็นแถบใหญ่ๆคล้ายกับคอยฝ่ามือแล้วก็ที่รอบปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ส่วนของแก้มทั้งสองข้าง แต่ว่าไม่เจอผื่นที่ส่วนของดั้งจมูก ( nasal bridge ) ซึ่งผื่นจะดำรงอยู่ราว 4 วัน แล้วจึงค่อยเกิดขึ้นที่รอบๆแขนขาโดยมีลักษณะเหมือนร่างแห ( lacy, reticulated pattern ) ซึ่ง ผื่นผิวหนังจะเป็นๆหายๆอยู่ราว 1-3 อาทิตย์
    1.4 โรคส่าไข้ ( Roseolainfantum, Exanthemsubitum, Sixth disease )jumboslot
    เป็นโรคที่เจอได้ในเด็กอายุ ตั้งแต่ 6 เดือน 3 ปี เกิดขึ้นจากเชื้อ HHV-6 หรือเชื้อ HHV-7 ซึ่งส่วนใหญ่ที่เจอจะมีต้นเหตุที่เกิดจากเชื้อHHV-6 โดยคนป่วยจะมีลักษณะไข้สูงราว 3-5 วัน ซึ่งอาจมีอาการชักเกิดขึ้นร่วมด้วย และก็ภายหลังที่ไข้เริ่มลดน้อยลง จะมีผื่นสีชมพู ( rose-pink ) ที่รอบๆลำตัว คอรวมทั้งส่วนแขนขา บางครั้งบางคราวคนเจ็บอาจมีอาการเข้าแทรกที่เกิดขึ้น อย่างเช่น ระบบฟุตบาทหายใจไม่ดีเหมือนปกติ ต่อมน้ำเหลื่องที่รอบๆคอโต กลีบตาบวมหรือเยื่อแก้วหูแดง ซึ่งอาการเข้าแทรกพวกนี้เจอได้น้อยมาก
    1.5 การรับเชื้อ Epstien-Barr virus
    เมื่อติดเชื้อโรคเชื้อไวรัส “เอ็บสไตบาร์” ( Epstein-Barr virus: EBV ) ในทีแรก จะก่อให้มีอาการป่วยเป็นโรคโมโนนิวคลีโอสิสหรือที่เรียกสั้นว่า “โรคโมโน” ( Infectious mononucleosis หรือย่อว่าMono ) ซึ่งกำเนิดเนื่องด้วยภูมิต้านทานมีการติดโรค ( EBV-induced antibody ) กำเนิดเป็นอิมมูนคอมเพล็กซ์ซึ่งสามารถเข้าไปทำปฏิกิริยากับระบบคอมพลีเมนท์กระทั่งกำเนิดเป็นผื่นขึ้น ซึ่งโรคนี้สามารถเจอได้ในวัยรุ่นขึ้นไป โดยจะเป็นไข้ ต่อน้ำเหลืองโต ( Lymphadenopathy ) คออักเสบ ( Pharyngitis ) แล้วก็เมื่อกระทำรักษาโดยการใช้ยาในกรุ๊ป aminopenicillin ดังเช่นว่า ยาปฏิชีวนะ cephalexin, erythromycin, levofloxacin โดยผู้เจ็บป่วยปริมาณร้อยละ 5-15 จะมีผื่นนูนแบนที่มีลักษณะเป็นรอยแบนสีแดงรอบๆผิวหนังและก็นิดหน่อยมีผื่นนูนขึ้น ( maculopapular eruption ) หรือมีผื่นแบบผื่น morbilliform ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับผื่นของโรคฝึกหัด ( measles ) หรือมีผื่นนูนแดงขนาดเล็กเริ่มจากใบหน้า คอ หรือมีลักษณะคัน หนังตาบวมแล้วก็มีผื่นที่เจอบนเยื่อเมือก ( Mucous membrane ) ร่วมด้วยหรือมีผื่นแพร่ไปไปยังส่วนของลำตัว ( Scarlatiniform ) หรือส่วนที่มีการกดทับ โดยเมื่อมีลักษณะไข้โดยประมาณ 7 วันผื่นที่เกิดขึ้นจะผื่นรอบๆฝ่ามือ ฝ่าตีนแล้วก็ในโพรงปากซึ่งจะผื่นที่เกิดขึ้นจะสามารถหายไปได้เอง แม้กระนั้นจะมีลักษณะผิวจะลอก ( desquamation ) ออกมาด้วย บางเวลาอาจมีการเกิดแผลที่รอบๆอวัยวะสืบพันธุ์ซึ่งเป็นลักษณะของการรับเชื้อ EBV โดยมีการคาดการณ์ว่าเป็นผลมาจากปฏิกิริยาอิมมูน (Immune) โดยลักษณะรอบของ ผื่นผิวหนังจะมีสีแดงม่วง สามารถเจอถึงที่กะไว้รอบๆแคมใน ( Labia minora )
    อาการผื่นผิวหนังเป็นกรุ๊ปอาการที่มีการแสดงออกเป็นผื่นนูน ตุ่ม ผื่นแบนหรือรอยแดง ที่มีการกระจัดกระจายบนผิวหนังตามส่วนต่างๆทั่วรอบๆของร่างกายอย่างฉับพลัน[NPC5]
  2. ผื่นแพ้ยา ( maculopapular drug eruption, exanthematous drug eruption )
    เป็นผื่นที่เกิดจากปฏิกิริยาอิมมูนจำพวก Type IVb ( Cell mediated ) ผื่นแพ้ยาเป็นผื่นซึ่งสามารถพบได้ทั่วไปที่สุด โดยผื่นแพ้ยาจะเป็นผื่นแบบ maculopapularหมายถึงผื่นที่มีลักษณะอีกทั้งแบบราบแล้วก็แบบนูน แม้กระนั้นผื่นที่เกิดขึ้นจะไม่มีตุ่มน้ำหรือตุ่มหนอง มีลักษณะอาการคัน จับไข้ร่วมด้วย ซึ่งไข้ที่เกิดขึ้นป่วยต่ำแค่นั้น โดยผื่นจะเริ่มขึ้นที่รอบๆลำตัว แขนขารวมทั้งกระจัดกระจายออกไปทั่วตัวเป็นลำดับ โดยยิ่งไปกว่านั้นที่รอบๆลำตัวจะมีผื่นหนาแน่นเยอะที่สุด แต่ว่าจะไม่เจอผื่นแพ้ยาด้านในปาก ผื่นแพ้ยาเป็นผื่นที่ไม่ร้ายแรงแล้วก็สามารถหายไปภายหลังที่หยุดยาโดยประมาณ 1-2 วัน เมื่อผื่นหายไป ผิวหนังที่เกิดผื่นจะมีสีดำและก็ลอกออก แบบอย่างยาที่กระตุ้นให้เกิดผื่นแพ้ยาเป็นยาที่ใข้เพื่อการฆ่าเชื้อกรุ๊ป aminopenicillin, sulfonamides, cephalosporins รวมทั้งยากันชัก
    ขั้นตอนการรักษาผื่นแพ้ยา นอกเหนือจากการหยุดยาที่กระตุ้นให้เกิดผื่นแพ้ยาแล้ว เมื่อจำต้องใช้ยาสำหรับเพื่อการรักษาโรคให้กลายเป็นยาที่อยู่ในกรุ๊ปอื่นแทน ร่วมกับการใช้ยาที่ช่วยลดอาการคันรวมทั้งทุเลาการเกิดผื่น อาทิเช่น ยาใช้ภายนอกสเตียรอยด์ ยาต่อต้านฮีสตามีน รวมทั้งควรจะดูแลเอาใจใส่ด้วยความใกล้ชิดเพื่อคุ้มครองการแพ้ยาอย่างหนัก โดยพินิจอาการหน้าแดงบวม ผื่นผิวหนังเป็นปื้นแดงขนาดใหญ่รวมทั้งครึ้ม เมื่อกดหนรอบๆผื่นรู้สึกเจ็บ ที่ผื่นมีสีคล้ำรอบๆกึ่งกลาง ( Atypical target ) หรือมีแผลที่รอบๆเยื่อบุ ตา โพรงปากหรือของลับ